แชร์ภาพยังไงไม่ให้ขายหน้า! วิธีการเช็คที่มาของภาพด้วย Google Image

หลายครั้งความหวังดีก็ถูกตีความผิด โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็เห็นว่าภาพนี้มีประโยชน์ ก็เลยแชร์ต่อ แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นภาพอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องซะงั้น

เพราะโลกสมัยนี้มันเร็วยิ่งกว่าติดจรวด สมัยก่อนหลายคนมักค่อนขอดว่าคนชั่วทำกรรมตอนนี้ ไปชดใช้เอาชาติหน้า แต่โลกในยุคที่มีโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กและกล้องวงจรปิดทั่วบ้านทั่วเมือง ทำชั่วตอนนี้ แค่แป๊บเดียวทุกคนก็รู้หนังหน้าแล้ว รอรับกรรมได้เลย

เหตุก็เพราะในยุคนี้เราแชร์ข้อมูลถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ วิดีโอ และภาพถ่าย โดยเฉพาะภาพถ่ายนี่แชร์กันง่ายมาก แค่คลิกเดียวคนเป็นร้อย เป็นพัน ก็เห็นทันที เฟซบุ๊กเคยรายงานสถิติถึงความถี่ในการแชร์ภาพเฉพาะในเฟซบุ๊กว่า มีมากถึง ล้านภาพใน 1 วินาที แสดงให้เห็นว่า คนชอบแช์ภาพถ่ายกันในโซเชี่ยลมีเดียขนาดไหน

อย่างไรก็ดี การแชร์ภาพแบบต่อๆ กันมา ก็มีทั้งเจตนาดี และ ทำเพื่อความสะใจ เจตนาแรกนั้นไม่มีผลเสียอะไรครับ คนแชร์ต่อก็สุขใจ แต่อย่างหลังนี้ คนแรกที่แชร์อาจได้ความสะใจ แต่คนที่แชร์ต่อๆ มาอาจซวยด้วยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุผลว่า “ก็เห็นเขาแชร์ต่อกันมา” อาจจะไม่สามารถปกป้องคุณได้ ยิ่งโดยเฉพาะกรณีที่อ่อนไหวมากๆ อย่างข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ความเชื่อที่คนหมู่มากศรัทธา ชาติ ศาสนา สถาบัน เป็นต้น

วันนี้เลยขอเสนอวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบรูปภาพว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพื่อความปลอดภัยก่อนคลิกแชร์ให้โลกรับรู้ อีกทั้งหากทุกคนช่วยกันตรวจสอบข้อมูล ก็จะเป็นการกรองความถูกต้องให้กับคนอื่นๆ ได้รับข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น

ในกูเกิ้ลนั้นมีบริการค้นหารูปภาพด้วยภาพที่ชื่อ Google Image อยู่ ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์ตรงนี้ในการตรวจสอบรูปภาพได้ วิธีการทำดังนี้

1. เปิดเว็บไซต์ Google คลิกที่เมนู Image

001

2. เข้าสู่หน้า Google Images ให้ลากรูปที่ต้องการตรวจสอบไปวางไว้ในกรอบค้นหาได้เลย

002

3. รอซักครู่ผลการค้นหาจะไล่เรียงกันออกมา ถ้าพบว่าภาพที่นำไปค้นมีผลการค้นหาออกมามาก ก็เป็นไปได้ว่า เป็นภาพที่ถูกเผยแพร่มานานแล้ว และอาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่แชร์ก็เป็นได้

003

ยกตัวอย่างภาพปูเลอะน้ำมันภาพนี้ ถ้าเรานำมาค้นหาด้วยวิธีข้างต้น ก็จะพบว่า มันเป็นภาพที่มีที่มาจากต่างประเทศ ถ่ายโดยช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิก และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2006 ด้วยฝีมือของอิสราเอล ทิ้งระเบิดใส่พื้นที่เก็บน้ำมันของเลบานอน เป็นผลให้เกิดนัำมันรั่วไหลลงที่ชายฝั่งเมดิเตอเรเนี่ยนจำนวนมาก นั่นเอง

 

Latest articles

Related articles

Leave a reply

Please enter your comment!
Please enter your name here
Captcha verification failed!
CAPTCHA user score failed. Please contact us!