เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์เปอเรชั่น (NASDAQ: WDC) ผู้นำระดับโลกด้านระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบเชื่อมต่อ ประกาศเดินหน้านำเสนอโซลูชั่นเพิ่มเติมในกลุ่มโพรซูเมอร์  โดยวันนี้ได้เปิดตัว My Cloud EX2 Ultra ระบบการจัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย หรือ  Network Attached Storage (NAS) ผลิตภัณฑ์ใหม่ My Cloud EX2 Ultra NAS เป็นระบบการจัดเก็บข้อมูลบนเครือข่ายแบบสองช่องที่ให้ประสิทธิภาพสูง ได้รับการออกแบบจากจุดเริ่มต้นเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มงานด้านครีเอทีฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานสร้างสรรค์ และกลุ่มโพรซูเมอร์  หรือลูกค้าที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นที่หันมาสนใจซื้ออุปกรณ์เพื่อผลิตสินค้าหรืองานบริการ เพื่อให้สามารถซิงค์คอนเทนต์ต่างๆ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ได้แบบอัตโนมัติ รวมถึงความสะดวกสบายในการแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ได้ง่ายดาย เพิ่มทางเลือกในการสำรองข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถสร้างคลังข้อมูลดิจิตอลส่วนบุคคลของตนเองได้โดยไม่ยุ่งยาก

จิม เวลช์ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์แบบติดตั้งภายนอกภายใต้แบรนด์ WD กล่าวว่า “เรารู้จักผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ My Cloud ของเราดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านงานสร้างสรรค์ พวกเขาต้องการโซลูชั่นที่ครอบคลุม ขณะที่ระบบจัดเก็บข้อมูลดิจิตอลเองก็จำเป็นที่จะต้องไต่ระดับต่อไปและพัฒนาศักยภาพด้านการสตรีมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติของ My Cloud EX2 Ultra บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านงานครีเอทีฟงานสร้างสรรค์จะสามารถใช้คุณประโยชน์ของประสิทธิภาพระดับสูงร่วมกับฟีเจอร์การใช้งานแบบ multi-task รวมทั้งระบบป้องกันข้อมูลที่แน่นหนาในการสร้างระบบ NAS ที่จะอำนวยความสะดวกและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการทำงานของพวกเขาได้อย่างดีเยี่ยม”16-mycloudex2ultra-social-1200x900

My Cloud EX2 Ultra ได้รับการอัพเกรดด้วยโพรเซสเซอร์แบบดูอัลคอร์ความเร็ว 1.3 GHz ที่ทรงพลังและมอบความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลในอัตราที่สูงมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง และการสตรีมข้อมูลวิดีโอได้ราบรื่นสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงหน่วยความจำแบบ DDR3 ความจุ 1 GB จึงสามารถทำงานได้หลายอย่างพร้อมๆ กัน ได้ง่ายดาย และเพิ่มพลังให้กับแอพพลิเคชั่นสำหรับการสตรีมสื่อความคมชัดสูง ระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยและอื่นๆ  โดยคุณสมบัติในการจัดการและการรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่มีอยู่หลากหลายทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกวิธีการที่ชื่นชอบในการจัดการและปกป้องรักษาไฟล์ภาพยนตร์ ภาพถ่าย เพลง และไฟล์ดิจิตอลอื่นๆ โดยทางเลือกในการจัดการไดรฟ์ประกอบด้วยการใช้ระบบ RAID 0, RAID 1, JBOD และโหมดขยาย ขณะที่ทางเลือกในการปกป้องข้อมูลประกอบด้วยการใช้ระบบ NAS ถึง NAS, USB, ระบบคลาวด์ หรือการสำรองข้อมูลผ่าน LAN/WAN ผลิตภัณฑ์ My Cloud EX2 Ultra  NAS มาในรูปของโหมด RAID 1 ที่มีการกำหนดค่าไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลได้อย่างทันทีตั้งแต่เริ่มต้นใช้งาน และยังสามารถกำหนดค่าได้ง่ายเพื่อให้เข้าสู่โหมดการป้องกันข้อมูลแบบอื่นๆ

มอบความจุสูงและความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด

My Cloud EX2 Ultra NAS มาพร้อมกับตัวเลือกความจุหลายขนาดเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกใช้ตามต้องการ ตั้งแต่ระบบแบบที่ไม่ได้สร้างพื้นที่จัดเก็บให้ล่วงหน้าจนถึงความจุสูงสุดขนาด 12 เทราไบต์[1] นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อฮาร์ดไดรฟ์แบบ USB 3.0 ที่เข้ากันได้กับพอร์ตขยาย USB บน My Cloud EX2 Ultra เพื่อขยายความจุในการจัดเก็บข้อมูลได้แบบทันที ผลิตภัณฑ์ My Cloud EX2 Ultra สร้างพื้นที่ให้ตามขนาดจัดเก็บใช้อินเทอร์นัล ฮาร์ดไดรฟ์รุ่น WD Red®  ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งได้รับการผลิตขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับระบบ NAS เพื่อมอบประสิทธิภาพการทำงานภายในสภาพแวดล้อมการทำงานที่รันต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงในเจ็ดวัน นอกจากนี้ ฮาร์ดไดรฟ์ WD Red ยังเสริมพลังด้วยเทคโนโลยี NASware™ 3.0 ที่ช่วยปรับปรุงความน่าเชื่อถือของไดรฟ์และลดความเสียหายของข้อมูลให้เหลือน้อยที่สุดในกรณีที่ไฟดับหรือไฟฟ้าเกิดขัดข้อง

แชร์ข้อมูลได้อย่างง่ายดายพร้อมการเข้าถึงได้จากทุกที่

ด้วยฟีเจอร์การแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ได้ง่ายดายบน My Cloud EX2 Ultra ผู้ใช้จึงสามารถส่งลิงก์ส่วนตัวแบบกำหนดเองได้เพื่อมอบสิทธิ์ให้แก่ผู้อื่นในการอ่าน/เขียนไฟล์ที่เฉพาะเจาะจงได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการภาพถ่าย หรือการตัดต่อภาพที่บ้าน การบันทึกผลงานสร้างสรรค์อย่างถูกต้องแม่นยำระดับสูงสุด และการแบ่งปันกับเครือข่ายทั้งหมดของผู้ใช้ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่แสนง่ายที่ผู้ใช้สามารถจัดการได้ด้วยตนเองwdfMyCloud_EX2Ultra_open

ผลิตภัณฑ์ My Cloud EX2 Ultra มีแดชบอร์ดที่เข้าใจได้ง่าย สามารถสร้างบัญชีผู้ใช้ได้และยังสามารถตรวจสอบคุณสมบัติแบบกำหนดเองและการจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายดายเช่นกัน ด้วยการเข้าถึงเว็บ MyCloud.com หรือแอพ My Cloud สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงสื่อของตนและจัดการมอนิเตอร์ผู้ใช้ได้จากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกเครื่อง และด้วยโปรแกรม WD Sync™ ผู้ใช้สามารถซิงโครไนซ์เชื่อมต่อสื่อและไฟล์ของตนได้โดยอัตโนมัติระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ My Cloud ของผู้ใช้งาน มั่นใจได้เลยว่าเนื้อหาในคอมพิวเตอร์จะถูกอัพเดตอยู่เสมอและผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ทุกเครื่อง

คุณสมบัติขั้นสูง

My Cloud EX2 Ultra มาพร้อมออฟชั่นให้ผู้ใช้เลือกบริหารจัดการข้อมูลขั้นสูง รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ FTP และ WebDAV แบบเบ็ดเสร็จ เซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูล เซิร์ฟเวอร์สำหรับดาวน์โหลด P2P และการรองรับ Microsoft Active Directory นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดและรันกลุ่มแอพพลิเคชันของบริษัทอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็น Plex®, Milestone Arcus™ surveillance, aMule, Icecast, Joomla!®, Anti-Virus Essentials, WordPress®, SqueezeCenter และอื่นๆ ผู้ใช้ยังสามารถสตรีมวิดีโอและภาพถ่ายไปยังทีวี เครื่องเล่นสื่อ เครื่องเล่นวิดีโอเกม และอุปกรณ์ DLNA®/UPnP® อื่นๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ได้ผ่านเซิร์ฟเวอร์ Twonky 7.2 มีเดียเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน DLNA 1.5 รวมถึงการรองรับ iTunes® ที่มีอยู่แล้วในตัว

ราคาและการวางจำหน่าย

My Cloud EX2 Ultra จะพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคม ศกนี้ผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง ราคาแนะนำสำหรับรุ่นไม่มีฮาร์ดดิสก์ 6,900 บาท, ราคาแนะนำของรุ่นความจุ 4 TB 13,500 บาท, ความจุ 8 TB ราคา 18,900 บาท และรุ่นความจุ 12 TB ราคา 25,900 บาท ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของ My Cloud EX2 Ultra บน iTunes และ Google Play สินค้ารับประกันนานสามปีและสองปีสำหรับรุ่นไม่มีฮาร์ดดิสก์

wdfMyCloud_EX2Ultraความเข้ากันได้

My Cloud EX2 Ultra สามารถทำงานร่วมกับ Windows® 10, Windows 8, Windows Vista®, OS X® El Capitan™, Yosemite™, Mavericks™, Mountain Lion™ และอุปกรณ์ที่เรียกใช้งาน DLNA®/UPnP®

[1] ระบบอยู่ในรูปของการกำหนดค่าแบบ RAID 1 ซึ่งจะปล่อยให้ความจุของระบบจำนวนครึ่งหนึ่งว่างไว้เพื่อการจัดเก็บข้อมูล ระบบสามารถกำหนดค่าได้ให้เป็นแบบ RAID 0; JBOD หรือแบบขยาย ซึ่งจะปล่อยให้ความจุทั้งหมดของระบบว่างไว้สำหรับการจัดเก็บข้อมูล สามารถสำรองความจุได้ 0.1TB สำหรับการจัดเก็บที่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้ใช้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here