ในอดีตที่ผ่านมาการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นใหม่ในแต่ละครั้งดูจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับบริษัท โดยเฉพาะการเตรียมการเพื่อปรับใช้งาน Windows ให้เหมาะสมกับการทำงานของบริษัทนั้นๆ ซึ่งอาจจะมีกระบวนการที่ยุ่งยาก  และใช้เวลานานในการปรับใช้งาน ปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญอย่างมาก แต่ใน Windows 10 ใหม่นี้จะมีเครื่องมือที่ช่วยให้แต่ละบริษัทสามารถปรับใช้งานระบบปฏิบัติการใหม่ได้สะดวกมากขึ้น ด้วยรูปแบบการอัปเกรดแบบแทนที่ (In-place upgrade) ซึ่งช่วยลดขั้นตอนในการปรับใช้งานให้สามารถทำงานได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

เข้ากันได้กับแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างลงตัว

การทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ต่างๆ บน Windows เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการทำงาน บน Windows 10 สามารถรองรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ Windows 7, Windows 8 รวมถึง Windows 8.1 ได้เกือบจะทั้งหมด รวมถึงแอปพลิเคชันสำหรับองค์กรที่พัฒนามาเฉพาะก็ไม่เป็นปัญหา ด้วยรูปแบบการทำงานของ Windows Runtime ที่ทดสอบมาแล้วจนมั่นใจว่า สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2043.aauvoieowwawp-image3_744x698

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาเครื่องมืออย่าง Enterprise Mode IE  ที่ช่วยให้ Internet Explorer 11 สามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันของ IE8 เดิมได้อย่างลงตัว เข้ากันได้กับ SKU ของ Windows 7 และ Windows 8.1 สามารถเปิดการใช้งานได้จากใน Group Policy ความสามารถนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถอัปเกรด Internet Explorer ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกลัวว่า Web app เดิมที่ใช้งานเป็นประจำจะใช้งานไม่ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Enterprise Mode ให้ดูที่ https://infopedia/pages/EMIE.aspx

ทางเลือกในการปรับใช้งานที่เหมาะสม

ในการอัปเกรดเป็น Windows 10 นั้น สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การอัปเกรดแบบแทนที่ ซึ่งจะย้ายจาก Windows 7, Windows 8 หรือ Windows 8.1 ไปยัง Windows 10 ได้โดยตรง โดย Windows 10 จะมีกระบวนการในการล้างและตั้งค่าใหม่ให้โดยอัตโนมัติ จัดเตรียมรันไทม์ เปลี่ยน SKU ติดตั้งแอปพลิเคชัน และการตั้งค่าต่างๆ ตามรูปแบบที่ได้ตั้งค่าไว้เดิม การอัปเกรดแบบแทนที่สามารถเรียกใช้งานได้จาก Microsoft Deployment Toolkit (MDT), System Center Configuration Manager หรือเครื่องมืออื่นๆ ซึ่งหากมีความผิดพลาดระหว่างการปรับใช้งาน Windows จะย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าให้โดยอัตโนมัติ

ในการอัปเกรดแบบแทนที่ คุณสามารถเรียกใช้ได้จาก System Center Configuration Manager ซึ่งจะมีขั้นตอนในการทำงาน ตั้งแต่การตรวจสอบความพร้อมก่อนการอัปเกรด สร้างอิมเมจของ Windows 10 (เพื่อการติดตั้งต่อไป) โดยเครื่องมือจะรวมเอาแอปพลิเคชัน ข้อมูล และการตั้งค่าต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดบันทึกไว้ และนำไปติดตั้งบน Windows 10 โดยอัตโนมัติ หลังจากที่มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการเสร็จสิ้น

จัดเตรียมเครื่องใหม่ให้พร้อมสำหรับ Windows10

ในส่วนของการสั่งซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เข้ามาใช้งานในบริษัท โดยปกติมักจะเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows รวมถึงติดตั้งโปรแกรมควบคุม (Driver) และตั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ มาพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่แล้ว แต่ในบางครั้งการกำหนดค่าต่างๆ อาจไม่ตรงตามความต้องการของบริษัท ในกรณีนี้ คุณจะต้องล้างค่าเดิมออกเสียก่อน แล้วกำหนดการตั้งค่าใหม่ ซึ่งอาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้น จึงต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการอย่าง Windows Imaging and Configuration Designer ที่จะเข้ามาช่วยสร้าง provisioning packages ให้สามารถกำหนดค่าการทำงานต่างๆ ขององค์กรที่บันทึกไว้ สามารถนำไปปรับใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็วในไม่กี่ขั้นตอน ความสามารถนี้สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ติดตั้ง Windows 10 ได้เช่นกัน

การสร้าง Provisioning packages น่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกำหนดค่าเริ่มต้นโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปตั้งค่าการทำงานกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ละเครื่องให้ยุ่งยาก สามารถเรียกใช้ได้จาก Windows Imaging and Configuration Designer โดยให้กำหนดสิ่งที่ต้องการลงไปในการสร้าง Provisioning package ตั้งแต่การเลือกรุ่นของ Windows ที่ต้องการ หรือจะเลือกให้สามารถรองรับ Windows ทุกรุ่นก็ได้ จากนั้น ให้กำหนดค่าต่างๆ ตามที่ต้องการลงไป ระบุหมายเลขผลิตภัณฑ์ Windows 10 เสร็จแล้วจึงกดบันทึกเป็น “การปรับแต่งที่มีการกำหนดค่าเอง” (“Configured Customizations”) สุดท้าย จะได้ออกมาเป็นไฟล์ที่มีนามสกุล “.PPKG” ที่พร้อมจะเป็นต้นแบบในการตั้งค่าให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ที่ต้องการจะตั้งค่าใหม่

ปรับใช้เครื่องมือแบบเดิมๆ

Screen Shot 2558-11-18 at 13.11.04

ไมโครซอฟท์กำลังปรับปรุงเครื่องมือเดิมๆ ที่มีอยู่ให้รองรับการทำงานของ Windows 10 ได้ ยกตัวอย่างเช่น Assessment and Deployment Kit (ADK) ที่รองรับทั้ง Windows 7, Windows 8, Windows 8.1 และ Windows 10 ในชุดเครื่องมือเดียวกัน เครื่องมือต่างๆ นี้จะมีการปรับแต่งเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อการใช้งาน และการจัดการของ Windows 10 เท่านั้น โดยจะใช้เครื่องมือ System Center Configuration Manager 2012 หรือ 2012 R2 รวมถึงเครื่องมือ Microsoft Deployment Toolkit (MDT) ในการจัดการ

อัปเกรดเป็น Windows 10

หลายคนในตอนนี้น่าจะกำลังใช้งาน Windows 7 อยู่ แต่หากมองไปที่อุปกรณ์ระบบสัมผัสที่ใช้ Windows 8.1 ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปใช้งาน Internet Explorer 11 แล้วเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการปูทางเข้าสู่ Windows 10 โดย Internet Explorer เวอร์ชันก่อนหน้าจะไม่ได้รับการสนับสนุนบน Windows 7 ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2558 ที่ผ่านมา ถ้ายังใช้เวอร์ชันเก่าอยู่ ขอแนะนำให้อัปเกรดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ส่วนผู้ใช้ Windows 8 เดิมที่ยังไม่ได้อัปเกรดเป็น Windows 8.1 จะสิ้นสุดการสนับสนุนในปลายเดือนมกราคม 2559 โดยผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเป็น Windows 10 ได้โดยตรง ดีกว่าการอัปเกรดเป็น Windows 8.1 แล้วขยับเป็น Windows 10 ซึ่งจะยุ่งยากในภายหลัง และมีขั้นตอนที่มากกว่า

Enterprise preview บน Windows 10

การแสดงตัวอย่างของ Enterprise preview บน Windows 10 ในขณะนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก ไมโครซอฟท์กำลังจะปล่อยอัปเดตใหม่ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติ และการใช้งาน ให้กับผู้ที่ลงทะเบียนใน “Windows Insider” ของ Windows 10 ได้ทดลองใช้งานก่อน  ซึ่งผู้ใช้อาจจะได้รับแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ เพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งาน  Windows 10 โดยความคิดเห็นเหล่านี้ มีความสำคัญในการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้เป็นอย่างมาก ทำให้เราทราบว่ามีสิ่งใดที่เหมาะสม หรือสิ่งใดที่ควรปรับปรุง เพื่อเป็นการยืนยันว่า Windows 10 เป็นทุกสิ่งที่องค์กรต้องการอย่างแท้จริง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here