สรุปข่าวกันเล็กน้อย หลังจากที่เมือคืนนี้(ตามเวลาประเทศไทย) แอพเปิดได้จัดงาน Apple’s ‘Spring Forward’ 2015 อัพเดตข่าวและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของทางแอปเปิลซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ และเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ในเช้าวันนี้คงหนีไม่พ้น โน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุด

1-apple-new-macbook-100315

ที่กลับมาใช้ชื่อ Macbook อีกครั้ง น่าจะเป็นรุ่นตรงกลางระหว่าง Macbook Air และ Macbook Pro มีให้เลือก 3 สี สีทอง, สีเทา, และ สีเทาสเปซเกรย์ มาพร้อมหน้าจอ Retina Display ขนาด 12 นิ้ว (ความละเอียด 2304×1440 พิกเซล อัตราส่วน 16:10 มุมมองภาพ 178 องศา) โดดเด่นด้วยขนาดที่บางเพียง 13.1 มม. บางกว่า MacBook Air 11″ ถึง 24% และหนักเพียง 900 กรัมเท่านั้น

10-3-2558 10-42-22

มาพร้อมปุ่มกดแบบใหม่ ที่เรียกว่า”กลไกแบบปีกผีเสื้อ” ให้การพิมพ์สัมผัสได้จากทุกจุดบนปุ่มไม่เฉพาะตรงกลาง เหมือนแบบเดิม และยังเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นอีก 17% พร้อมความบางที่ลดลง 40% สามารถค้นหาและพิมพ์ข้อความต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

10-3-2558 10-51-46ปรับเปลี่ยนแทร็คแพดรูปแบบใหม่เป็น  Force Touch trackpad ใช้เซ็นเซอร์ในการวัดระดับแรงกดได้ จะกดแรกกดค่อย หรืแค่สัมผัส แทร็คแพดรูปแบบใหม่นี้ก็สามารถรับรู้ได้ไม่ต่างจากรูปแบบเดิม

Say-Hello-to-USB-Type-C-and-Goodbye-to-Traditional-USB-Soon

และเปลี่ยนมาใช้พอร์ตแบบ USB-C ที่เล็กลงและสามารถใช้งานได้เป็น USB, DisplayPort, HDMI, VGA และชาร์จไฟ ในพอร์ตเดียวกัน สำหรับผู้ใช้ Macbook อยู่เเล้วน่าจะคงชินกับการใช้งานพอร์ต Thunderbolt ที่ต้องมีตัวแปลงเป็นพอร์ตรูปแบบต่างๆ สำหรับใช้งานอยู่เเล้ว

10-3-2558 11-15-44

– ระบบปฏิบัติการ OS X Yosemite
– หน้าจอ12 นิ้ว Retina display ความละเอียด 2304 x 1440 พิกเซล (ประหยัดพลังงานลง 30%)
– ซีพียู Intel Core M dual-core ความเร็ว 1.1GHz และ 1.2GHz (รุ่นนี้ไม่ต้องมีพัดลมระบายความร้อน)
– กราฟิก Intel HD Graphics 5300
– แรม 8GB
– ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD เลือกได้ 256GB และ 512GB
– keyboard และ trackpad แบบใหม่
– Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.0
– USB 3.1 Type-C สามารถใช้งานเป็น USB, DisplayPort, HDMI, VGA และชาร์จไฟได้
– กล้อง FaceTime ความละเอียด 480p
– แบตเตอรี่ที่มีจุมากขึ้น 35% ใช้งานได้นาน 9-10 ชั่วโมง
– น้ำหนักเพียง 900 กรัม
– มีให้เลือก 3 สี Silver, Space Grey, และ Gold

สนนราคาขายอยู่ที่
รุ่นซีพียู Intel Core M 1.1GHz, แรม 8GB, SSD 256GB ราคา 43,900 บาท
รุ่นซีพียู Intel Core M 1.2GHz, แรม 8GB, SSD 512GB ราคา 54,900 บาท
เริ่มจำหน่าย 10 เมษายนนี้
Apple-Watch

ส่วน Apple Watch ที่หลายๆ คนรอคอย มาแน่นอน 10 เมษายนนี้เช่นกัน เปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่น 3 สไตล์ ได้แก่ Watch Sport, Watch และ Apple Watch Edition

Watch Sport นาฬิกาสำหรับวัยรุ่นดีไซน์โฉบเฉี่ยว ตัวเรือนเป็นอะลูมิเนียมสีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ มาพร้อมกับสาย Sport Band หลากสี เน้นความสดใส สำหรับรุ่นนี้ มีให้เลือก 2 ขนาดคือ 38 มม. ราคา $349 หรือประมาณ 11,400 บาท และ 42 มม. ราคา $399 หรือประมาณ 13,000 บาท โดยตัวเรือนจะเป็นอะลูมิเนียมสีเงินกับอะลูมิเนียมสีเทาสเปซเกรย์มากับสาย Sport Band หลากสีสัน

Apple Watch รุ่นคลาสสิกตัวเรือนสแตนเลสสตีล สำหรับผู้ใหญ่หน่อย มีให้เลือก 2 ขนาดเช่นกันได้แก่ 38 มม. ราคา $549 ถึง $1049 หรือประมาณ 17,900 บาทถึง 34,200 บาท ส่วนตัวเรือนขนาด 42 มม. ราคาอยู่ที่ $599 ถึง $1099 หรือประมาณ 19,500 บาทถึง 35,800 บาท

 Apple Watch Edition ตัวเรือนเป็นทองคำ 18 กะรัต สำหรับคุณหลงคุณนาย ดูดีมีสกุลเล็กน้อย มีให้เลือก 2 ขนาดคือ 38 มม. ราคาเริ่มต้น $10,000 หรือประมาณ 326,000 บาท และขนาด 42 มม. ราคา $12,000 หรือประมาณ 391,000 บาท

 

atv

นอกจากนี้ทางแอปเปิลยังเปิดตัวพันธมิตรอย่าง HBO ให้บริการ HBO NOW บน APPLE TV (รับชมได้ทั้งบน APPLE TV,iPhone,iPad ) ที่มีทั้งภาพยนตร์ และซีรีย์ชื่อดังต่างๆให้รับชมกันได้แบบไม่อั้นในราคา 14.99$ ต่อเดือน ตีเป็นเงินไทยประมาณ 490 บาท พร้อม APPLE TV ในราคาใหม่เพียง 69$ หรือประมาณ 2,500 บาทไทยB_q_MhXXEAA1BZE

พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ CarPlay ที่ใช้งานได้ในรถยนตร์กว่า 40 รุ่น Home Kits สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน และ Health ที่เป็นได้มากกว่าแอพบันทึกการทำงาน การออกกำลังกาย แต่เป็นแอปผู้ช่วยแพทย์ที่ติดตามวิเคราะห์สุขภาพเราได้ตลอดเวลา

 

สำหรับไฮท์ไลท์ของงานนี้คงหนีไม่พ้น Macbook ที่ดูเหมือนจะมาแทน Macbook AIR แบบเต็มๆ ซึ่งอาจจะต้องดูกันต่อไปว่า จะมี Macbook AIR รุ่นต่อไปหรือไม่ หรือจะให้ Macbook เข้ามาแทนที่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here