โดย @eka-x

ผมเริ่มต้นถ่ายรูปจริงจังมาตั้งแต่สมัยเรียนประมาณช่วงปี 2003-2004 นะครับ ก็เป็นยุคเริ่มต้นของกล้อง DSLR หลังจาก Canon ส่ง EOS 300D กล้องตัวแรกที่ราคาต่ำกว่า $1000 ตลาดกล้อง DSLR สำหรับผู้เริ่มต้นก็บูมขึ้นมา จน Nikon ส่ง D70 ออกมาสู้ และผมก็ได้ใช้กล้องตัวนี้ในสมัยเรียนครับ

ตอนที่ใช้ Nikon D70 ถ่ายรูปก็ไม่ได้รู้สึกว่าภาพจากกล้องตัวนี้ดีมากมายนะครับ ด้วยระบบกล้องที่ยังไม่ฉลาดมาก การวัดแสงจะติดอันเดอร์ ภาพที่ออกจากกล้องจะทึมๆ นิดหนึ่ง จนเมื่อเร็วๆ นี้ Flickr ได้เปิดให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดภาพขึ้นไปเก็บได้ถึง 1 TB ผมจึงนำภาพทั้งหมดในชีวิตอัพโหลดขึ้นไปเก็บบนนั้น และพบว่าภาพจาก D70 มันสวย การไล่เฉดสีต่างๆ ทำได้ดีกว่ากล้องคอมแพคปี 2011 ที่ผมซื้อมาติดกระเป๋ามาก จึงเป็นที่มาของการตามหากล้องใหม่มาถ่ายภาพให้หน่ำใจ

ถึงกล้อง DSLR จะขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพภาพที่เชื่อขนมกินได้ว่าสวยงาม ทำหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเท่ แต่ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผมไม่ได้พก D70 ออกไปถ่ายรูปแล้วคือขนาดและน้ำหนักของมันครับ คือเฉพาะตัวกล้องรวมเลนส์ก็หนักเกือบกิโลเข้าไปแล้ว ยังไม่รวมอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องพกติดไปอีก ทำให้น้ำหนักแบกรวมทะลุหลักหนึ่งกิโลไปเยอะเหมือนกัน การค้นหากล้องใหม่ของผมจึงพุ่งเป้าที่กล้องขนาดเล็ก แต่คุณภาพภาพทัดเทียมกับ DSLR ซึ่งก็มีกล้อง Mirrorless ผ่านเข้ามาหลายตัวอย่าง Olympus OM-D หรือ Fuji X-E1 แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่ Ricoh GR ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเบา มันตัวเล็ก มันพกใส่กระเป๋ากางเกงได้ครับ

Ricoh GR เป็นกล้องรุ่นล่าสุดในตระกูล GR ที่สืบเชื้อสายมายาวนานตั้งแต่ Ricoh GR1 กล้องคอมแพคฟิล์มปี 1996 โดยกล้องในซี่รีย์ GR ทุกตัวหน้าตาจะคล้ายๆ กันคือเน้นสีดำ มีกริปเคลือบยางด้านข้างขนาดใหญ่ให้จับง่าย และมีแนวคิดในการออกแบบเหมือนกันคือตั้งใจให้เป็นกล้องเล็กติดเลนส์มุมกว้างคุณภาพสูง โดย Ricoh GR ที่เรานำมารีวิวในครั้งนี้ก็นับเป็น GR Digital รุ่นที่ 5 แล้วครับ ก็ถึงจะอ่อนกว่า GR1 ถึง 17 ปี แต่ก็ถ่ายถอดจิตวิญญาณของตระกูลมาครบถ้วน ก็หลังจากใช้ Ricoh GR ถ่ายภาพมาเกือบเดือน ผมก็ขอรีวิวจุดเด่นและข้อจำกัดในกล้องตัวนี้ให้ฟังกันนะครับ

 

จุดเด่นของ Ricoh GR

คุณภาพภาพเหนือชั้นขนาดไปมาก

IMG_5778_resize

Ricoh GR เป็นสัตว์ร้ายที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างแท้จริงครับ ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นกล้องเล็ก ขนาดเทียบเท่า iPhone 4 แต่หนากว่าประมาณ 2 เท่า หนัก 245 กรัมเท่านั้น ใส่กระเป๋ากางเกงติดตัวไปตามถนนได้ทั้งวัน ยกขึ้นมาถ่ายก็ไม่เตะตาคน เป็นกล้องที่โลว์โปรไฟล์สุดๆ แต่ภาพที่ได้นั้นยอดเยี่ยมจนกล้องใหญ่หลายตัวยังอาย ด้วยเซนเซอร์รับภาพที่ไม่มีฟิลเตอร์ Anti-aliasing ขนาด APS-C (23.7 x 15.7 mm) ที่ใหญ่กว่าเซนเซอร์ 4/3 ที่ใช้ในกล้องอย่าง Olympus E-P หรือ Panasonic G และใหญ่กว่ากล้องคอมแพคทั่วไปหลายเท่า ให้ภาพความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งเมื่อรวมกับเลนส์ฟิกซ์ 28 mm f/2.8 ทำให้ Ricoh GR ให้ภาพที่คมชัดจากขอบภาพถึงขอบภาพ ชัดขนาดที่ยังสามารถใช้ภาพที่ซูม 100% ได้ และยังมีระยะชัดตื้นเหมือนกล้องใหญ่อีกด้วย

แต่การที่ตัวเซนเซอร์ไม่มีฟิลเตอร์ Anti-aliasing อยู่ด้านหน้าแล้ว อาจทำให้ภาพเกิด Moiré หรือสีแปลกๆ เวลาถ่ายของที่มีรายละเอียดเยอะๆ อย่างมุ้งลวดได้นะครับ เพราะไม่มีฟิลเตอร์ที่ทำให้ภาพซอฟต์ลงเพื่อลด Moiré แล้ว ก็เป็นสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกับความคมชัดที่เพิ่มขึ้น แต่ GR ก็มีวิธีแก้ไขมาให้ด้วยเครื่องมือลด Moiré ในกล้องครับ ถ้าเห็นว่าภาพไหนเกิดสีแปลกๆ ขึ้นมาก็กดเมนูเข้าไปจัดการได้เลย

R0020749-tile

ฟิลเตอร์ภาพ 9 แบบในกล้อง

 

นอกจากนี้ตัวกล้องสามารถปรับรูปแบบสีสันภาพได้หลากหลาย โดยโหมดปกติจะให้ภาพโทนสีสุภาพ ไม่สดจัดจ้านแบบฟูจิหรือนิคอน แต่ก็สามารถตั้งรูปแบบให้สีเข้มสดได้เช่นกัน รวมถึงใส่ฟิลเตอร์ให้ภาพได้อีก 9 แบบ ทั้งทำสีเพี้ยนๆ แบบ Cross-process หรือทำภาพให้ชัดแค่ระนาบเดียวแบบ Tilt-Shift ก็ได้ ส่วนฟิลเตอร์ขาว-ดำก็ทำได้ยอดเยี่ยมครับ การไล่โทนสวยมาก ชนิดที่คนใช้ GR ต้องเปิดโหมดขาว-ดำขึ้นมาใช้บ่อยๆ เลย

การควบคุมกล้องที่โปรยกนิ้ว

IMG_5792_resize

การจับถือ

IMG_5794_resize

แป้นควบคุมด้านหลัง

 

ด้วยความที่ GR นั้นสืบทอดตำนานมายาวนาน การออกแบบกล้องรูปทรงของ GR ได้รับการศึกษามาแล้วหลายรุ่น มันจึงเป็นกล้องคอมแพคที่ควบคุมง่ายที่สุดตั้งแต่เคยใช้มาครับ เริ่มตั้งแต่โหมดถ่ายภาพครบถ้วนทั้ง Auto, P, Av, Tv, M และโหมดพิเศษ TAv ที่ให้ผู้ใช้ควบคุมทั้งรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ ส่วนกล้องก็จะปรับ ISO ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถหมุนเปลี่ยนทั้ง 2 ค่าได้พร้อมกันจากวงแหวนหน้าและก้านโยกด้านหลังกล้อง

นอกจากนี้ GR ยังมีปุ่มล็อกค่าแสงหรือจับโฟกัสแยกออกมาจากชัตเตอร์ ทำให้ผู้ใช้สามารถหันกล้องจนภาพสว่างถูกใจก็กดล็อกแสงไว้ แล้วโฟกัสที่ตัวแบบจึงค่อยถ่ายได้ครับ ในส่วนก้านโยกที่อยู่ด้านบน ยังสามารถกดลงไปเพื่อเปิดเมนูปรับตั้งค่าอย่างรวดเร็วได้อีก 5 เมนู ซึ่งทีเด็ดอยู่ตรงความยืดหยุ่นของกล้องที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกได้ว่า 5 เมนูนี้จะประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่นขนาดไฟล์, สัดส่วนภาพ, เลือกโฟกัสอัตโนมัติหรือแมนนวล, รูปแบบการวัดแสง, การชดเชยแสง และอื่นๆ ที่เลือกเข้ามาใส่แทนได้ แถมผู้ใช้ยังกำหนดการทำงานของปุ่มด้านหลังกล้องอีก 3 ปุ่ม เช่นกด Fn1 ให้คร็อปภาพจากมุมกว้าง 28 mm เหลือ 35 mm แต่ถ้าไม่ได้ใช้ฟังก์ชั่นนี้จะเปลี่ยนให้ปุ่ม Fn1 ใช้ปรับสีของภาพที่กำลังจะถ่ายก็ได้ครับ

IMG_5780_resize

เมนูลัดปรับ 5 ค่าในกล้อง

 

ถึงแม้ว่า Ricoh GR จะไม่มีจอสัมผัส แต่ด้วยการออกแบบให้ปุ่มต่างๆ วางตำแหน่งอย่างเหมาะสม และสามารถกำหนดรูปแบบการสั่งงานให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้อย่างยืดหยุ่น ถ้าได้ลองควบคุม GR สักพัก จะหลงรักมันครับ

Snap Focus อันเลื่องชื่อ

Ricoh GR เป็นกล้องที่ช่างภาพสตรีทที่ถ่ายผู้คนรอบตัวนิยมใช้กันมาก มันจึงมี Snap Focus โหมดโฟกัสพิเศษสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องอาศัยความรวดเร็วครับ โดยผู้ใช้จะกำหนดไว้ก่อนว่าให้กล้องโฟกัสรอไว้ที่ระยะกี่เมตร ทีนี้เมื่อต้องการถ่ายภาพก็เดินเข้าไปใกล้ตัวแบบในระยะที่กะไว้ แล้วกดถ่ายภาพได้เลย กล้องจะไม่เสียเวลาหาโฟกัสวืดไปมาอีก ก็ถ้าใช้คล่องจนจำมุมภาพและระยะได้ โอกาสได้ภาพชัดๆ โดยไม่ต้องยกกล้องมาเล็งกับตาให้เป็นเป้าก็มากขึ้นครับ

โครงสร้างกล้องที่แข็งแรง

IMG_5797_resize

Ricoh GR สร้างจากแมกนีเซียมอัลลอยเหมือนกล้องระดับโปรทั่วไปครับ ทำให้ตัวกล้องแข็งแกร่งมาก แถมงานประกอบยังดีมากด้วย เวลาใช้จึงให้ความรู้สึกมั่นคง บีบแรงๆ ก็ไม่รู้สึกยุบหรือมีเสียงแกร๊บๆ จากงานประกอบที่ไม่ละเอียดครับ ใช้แล้วก็ภูมิใจว่าเงินที่จ่ายไป ได้ของดีกลับมา

ข้อจำกัดของ Ricoh GR

กล้องเป็นเลนส์ฟิกซ์ ซูมเท้าลูกเดียว

IMG_5790_resize

ที่นี่มาดูเรื่องที่เป็นข้อจำกัดของ GR กันบ้างนะครับ อย่างแรกที่ต้องพิจารณาเลยคือมันเป็นกล้องเลนส์ฟิกซ์นะครับ หมายความว่าถ้าอยากจะซูมภาพ ต้องเดินเข้าไปหาแบบเท่านั้น ไม่สามารถอยู่ห่างๆ แล้วซูมเข้าไปได้เลย นอกจากนั้นเลนส์ของ GR ยังเป็นเลนส์มุมกว้าง 28 mm ถ้าใครไม่ชอบถ่ายภาพมุมกว้าง หรือจะซื้อกล้องไปถ่ายภาพดาราที่ต้องซูมจากระยะไกลๆ Ricoh GR ไม่เหมาะกับคุณครับ

Ricoh GR ไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นใดๆ

ในขณะที่กล้องเกือบทุกรุ่นในปัจจุบันมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว ที่ช่วยให้เวลาถ่ายภาพตอนกลางคืนคมชัดมากขึ้น แต่ GR นั้นไม่มีระบบนี้อาจจะด้วยปัญหาด้านต้นทุนหรือปัญหาด้านเทคนิค ทำให้ผู้ผลิตยังไม่สามารถใส่กลไกกันสั่นไหวเข้าไปในกล้องรุ่นนี้ได้ ต้องใช้ความนิ่งของมือคนถ่ายลูกเดียว แต่ GR ก็สามารถเร่ง ISO ได้สูงสุดถึง 256000 โดยที่คุณภาพภาพยังพอใช้ได้อยู่ ก็ถือว่าทดแทนกันได้ครับ

แต่ถ้าต้องการให้ Ricoh GR ถ่ายวิดีโอด้วย อันนี้จะมีปัญหานิดหนึ่งครับ เพราะถึงแม้มันจะถ่ายวิดีโอได้ละเอียดถึง 1080p แต่ด้วยความที่มันไม่มีระบบชดเชยการสั่นไหว ทำให้ภาพวิดีโอไหวไปไหวมาได้มาก ก็ต้องใช้เทคนิคในการถือกล้องวิดีโอเยอะ หรือใช้ขาตั้งกล้องครับ ไม่งั้นภาพที่ได้จะเวียนหัวเกินไป

ไม่มี Viewfinder

IMG_5796_resize

ช่างภาพหลายคนต้องการใช้ Viewfinder เพราะจะทำให้เล็งภาพได้ดีกว่า แม้เวลากลางวันที่แดดจัดจนมองภาพในจอหลังกล้องลำบาก ซึ่ง Ricoh ก็มีตัวเลือกเป็น Viewfinder เล็กๆ เสียบกับช่องเสียบแฟลชให้ซื้อครับ มันก็ดูเท่ดีนะ แต่ก็ทำให้กล้องพกยากขึ้นจมเลย

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการใช้ Viewfinder มากๆ จอหลังกล้องของ Ricoh GR ก็จัดว่าดีมากนะครับ เป็นจอขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.2 ล้านจุด ให้ภาพชัด สีสมจริง ไม่ซีดหรือสดเกินไป มองเห็นได้ไม่ยากว่ากล้องโฟกัสถูกจุดรึเปล่า

ถ้าแสงน้อยจะโฟกัสช้า

ด้วยความที่ Ricoh GR ใช้ระบบโฟกัสแบบอาศัยความเปรียบต่างของสีในภาพ (Contrast Detection) จึงมีปัญหาเวลาแสงน้อย กล้องจะโฟกัสวืดไปมามากพอสมควร ก็ถ้าเปิดไฟช่วยโฟกัสไว้จะช่วยได้เยอะครับ แต่ก็ถือว่าเรื่องโฟกัสอัตโนมัติยังต้องปรับปรุงอีก ก็หวังว่า Ricoh จะออกเฟิร์มแวร์ใหม่มาทำให้โฟกัสเร็วขึ้นเร็วๆ นี้ (ส่วนระบบ Manual Focus กับ Snap Focus มันเทพอยู่แล้ว)

สรุป Ricoh GR กล้องแสนรักของช่างภาพสตรีท

Ricoh GR เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับผู้ใช้เฉพาะกลุ่มครับ คือช่างภาพที่อยากได้กล้องเล็กที่ให้คุณภาพสูง สามารถพกติดตัวไปได้ทุกวัน ชอบถ่ายภาพมุมกว้าง หรือเป็นช่างภาพแนวสตรีทถ่ายผู้คนที่พบเจอตามท้องถนน แต่ถ้าใครต้องการกล้องตัวเดียวเหมาะสำหรับทุกงาน ซูมเจาะภาพไกลๆ ได้ เปลี่ยนเลนส์ได้ Ricoh GR ก็ไม่เหมาะกับคุณครับ

ถ้าเทียบกับคู่แข่งโดยตรงของมันอย่าง Nikon Coolpix A ก็ถือเป็นคู่แข่งที่สูสีมากครับ เพราะใช้เซนเซอร์ขนาดเท่ากัน เลนส์ฟิกซ์ 28 mm เหมือนกัน แต่ GR จะให้ภาพที่คมชัดกว่า ควบคุมง่ายกว่า ราคาถูกกว่า ส่วน Coolpix A จะให้ภาพสีสดใสดึงดูดใจ และสามารถใช้กับแฟลชของนิคอนได้ครับ

ราคา 28,990 ของ Ricoh GR อาจจัดว่าแพงสำหรับกล้องทรงคอมแพคนะครับ แต่ถ้าดูคุณภาพภาพที่ได้กับความสะดวกสบายในการพกพาก็ถือว่ายังคุ้ม

 

ricoh-graph

Performance 8
คุณภาพของภาพดีมาก แต่ยังมีปัญหาโฟกัสช้าแม้แสงน้อย
Feature 9
มีฟีเจอร์ที่จำเป็นครบ ทั้ง ND ในตัว ระบบโฟกัสล่วงหน้า แต่ขาดระบบกันภาพสั่นไหว
Design 10
ออกแบบดีเยี่ยม ทั้งรูปลักษณ์สง่า จับถือมั่นคง สั่งงานรวดเร็ว
Best Value 8
ประสิทธิภาพคุ้มราคา หักคะแนนนิดตรงไม่มีแท่นชาร์จแบตแถมมาในกล่อง
First Impression 7
ตัวกล่องสีดำธรรมดามาก เป็นธรรมเนียมของ GR มาทุกรุ่น

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here