หลังจากโลกเราผ่านยุคโน้ตบุ๊ก, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกันมา ตอนนี้เรากำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่ที่เป็นยุคของคอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ได้หรือ Wearable Computer ครับ อย่าง Google Glass ที่กำลังโด่งดัง และอีกสมรภูมิที่เตรียมแข่งขันกันสุดแรงคือ Smart Watch หรือนาฬิกาอัจฉริยะครับ

จริงๆ ผมก็เห็นนาฬิกาอัจฉริยะเริ่มขายกันมาสักพักแล้วนะครับ อย่าง I’m Watch ที่ขายมาพักใหญ่แล้ว แต่ด้วยราคาที่แพงระยับเกือบหมื่น และแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ไม่นานเท่าไหร่ก็ทำให้มันไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรครับ จนมาถึงยุคของ Pebble และ Cookoo ที่เริ่มเกิดขึ้นเป็นโปรเจกระดมทุนใน KickStarter ตั้งแต่ปี 2012 จนเพิ่งสามารถจัดส่งให้ได้เมื่อต้นปี 2013 ครับ ก็ทำให้ภาพของนาฬิกาอัจฉริยะที่ควรจะเป็นเด่นชัดขึ้นครับ และมีข่าวว่าผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Microsoft หรือ Samsung ก็เตรียมเล่นในตลาดนี้เหมือนกัน

ในเมื่อผมก็ซื้อทั้ง Pebble และ Cookoo มาลองเล่นแล้ว เรามาดูกันดีกว่าครับว่าเจ้า 2 ตัวนี้ทำอะไรได้บ้าง

Pebble นาฬิกาที่มาพร้อมความคาดหวัง

เมื่อตอนที่ Pebble เปิดตัวใน Kickstarter เมื่อต้นปี 2012 มันกลายเป็นความคาดหวังที่สูงลิบลิ่วของวงการเลยครับ เพราะในคลิปโปรโมตนาฬิกาเพื่อระดมทุนสร้างนั้น ความสามารถมันเข้าท่ามากๆ ซึ่งเมื่อออกมาเป็นตัวจริงแม้ว่าจะยังทำไม่ได้ขนาดในคลิปนั้นแต่ก็ถือว่าน่าพอใจ และมันยังสามารถปรับปรุง Firmware เพื่อพัฒนาความสามารถขึ้นไปได้เรื่อยๆ ครับ

IMG_0691 (Custom)

รูปร่างหน้าตา วัสดุ

ถ้าเทียบกับนาฬิกาทั่วไป Pebble จะดูออกไปในทางนาฬิกาของเล่นครับ เพราะตัวเรือนที่ทำจากพลาสติกเป็นหลัก ดูมันวาว ก็พอเดาได้นะครับว่ามันไม่ได้ทนกับการขูดขีดหรือการกระแทกเท่าไหร่ หน้าปัด Pebble ผมโดนกระแทกแรงๆ จนเนื้อแก้วหรือพลาสติกหลุดเป็นรอยมาแล้ว T T นอกจากนี้ Pebble ยังมีน้ำหนักเบามากราว 40 กรัมเท่านั้น ถ้าคนที่ชอบนาฬิกาที่มีน้ำหนักก็คงเกลียด Pebble ไปเลย ซึ่งตัว Pebble นั้นกันน้ำได้ในระดับ 5 ATM นะครับ แต่เพื่อแลกกับการกันน้ำได้ Pebble จึงไม่สามารถแกะตัวเครื่องออกมาทำอะไรได้เลย มันติดกาวแน่นหนามาก ถ้าเสียคือซื้อใหม่ลูกเดียวครับ โดย Pebble มีทั้งหมด 5 สีให้เลือกคือดำ, ขาว, แดง, ส้มและเทา ก็เลือกให้ถูกใจครับ

IMG_4784 (Custom)

แต่จุดที่ประทับใจของ Pebble คือหน้าจอครับ ที่ใช้จอ LCD ขาว-ดำขนาด 1.26 นิ้วแบบประหยัดพลังงานจาก Sharp ซึ่งมันก็สมชื่อบริษัทผู้ผลิตครับ มันดูคมชัดมากๆ ไม่ว่าจะใช้กลางแดดหรือใช้เวลากลางคืนที่จะมี Backlight เปิดให้แสงสว่างด้านหลัง (สามารถเขย่านาฬิกาเพื่อเปิดไฟได้ด้วย) ส่วนรอบตัวนาฬิกาก็มีปุ่มทั้งหมด 4 ปุ่มสำหรับควบคุมการทำงานต่างๆ แล้วก็พอร์ตสำหรับชาร์จไฟให้เครื่องที่ใช้แม่เหล็กในการยึดหัวชาร์จติดกับนาฬิกา ก็ทำให้ต้องใช้สายชาร์จพิเศษ แต่ก็เข้าใจได้ว่าใช้พอร์ตอย่าง Micro-USB ไม่ได้เพราะมันไม่กันน้ำ การชาร์จไฟ Pebble จนเต็มนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครับ แล้วจะใช้งานได้ราวสัปดาห์หนึ่ง แต่ผมใช้ได้ 2-3 วันเองนะ คงเพราะเปิดนาฬิกาค้างตอนกลางคืนที่ปิดโทรศัพท์ไปแล้ว ทำให้นาฬิกาหา Bluetooth ตลอดเวลา

IMG_0690 (Custom)

IMG_0703 (Custom)

ซึ่งกล่องสำหรับผู้สั่งผ่าน Kickstarter จะเป็นกล่องกระดาษน้ำตาลยาวๆ ครับ ด้านในมีแค่ Pebble กับสายชาร์จเท่านั้น คู่มือก็ไม่มีให้ให้เปิดเข้าไปดูในเว็บอย่างเดียว ก็คิดว่าสำหรับคนที่ซื้อจากร้านค้าปลีกหลังจากนี้น่าจะได้กล่องที่ดูดีกว่านี้มั้ง

IMG_4781 (Custom)

IMG_4783 (Custom)

การใช้งาน Pebble

ก่อนที่จะเริ่มใช้งาน Pebble ให้เราดาวน์โหลดแอพ Pebble มาติดตั้งลงในสมาร์ทโฟนก่อนนะครับ โดย Pebble สามารถใช้ได้กับทั้ง iPhone ที่ใช้ iOS5 ขึ้นไปและ Android เวอร์ชั่น 2.3.3 ขึ้นไปครับ ซึ่งรีวิวนี้ผมจะอ้างอิงจาก iPhone เป็นหลักนะครับ ความสามารถบางอย่างเมื่อใช้กับ Android มันก็จะต่างไปบ้าง

IMG_4891 (Custom)

IMG_2214 (Custom)

IMG_2216 (Custom) IMG_2215 (Custom)

 

ก็หลังจากที่โหลดแอพ เปิด Bluetooth ในโทรศัพท์ เปิด Pebble ด้วยการกดปุ่มที่เครื่องค้างไว้ และเปิดแอพเชื่อมสัญญาณ Bluetooth ระหว่างโทรศัพท์กับนาฬิกาเรียบร้อย (อ่านวิธีเชื่อม Pebble อย่างละเอียดในเว็บ help.getpebble.com นะครับ) ตัวแอพน่าจะแจ้งเตือนให้เราอัพเดท Firmware ให้นาฬิกาครับ ก็กดอัพไปได้เลยใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ ก็จะพร้อมใช้ทันที โดยเวลาใน Pebble จะถูกตั้งให้ตรงกับ SmartPhone โดยอัตโนมัติครับ ความสามารถที่ Pebble ทำได้ตอนนี้ก็จะมี

IMG_0701 (Custom)

• เปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา ถือเป็นความสามารถเด่นอย่างหนึ่งของ Pebble ครับ มันสามารถดาวน์โหลดหน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่จากอินเทอร์เน็ตผ่านแอพ Pebble ในสมาร์ทโฟน แล้วโหลดลงนาฬิกาเพื่อเปลี่ยนไปในแบบต่างๆ ที่ต้องการ

IMG_0700 (Custom)

• แจ้งเตือนโทรศัพท์เข้า การแจ้งเตือนของ Pebble มันสุดยอดมากครับ คือหน้าปัดนาฬิกาจะเรืองแสงขึ้นมา แสดงหมายเลขที่โทรเข้าหรือชื่อคนโทรเข้าครับ แถมนาฬิกาก็สั่นแรงมากๆ ชนิดที่นอนหลับอยู่ก็ตื่นได้เลย เหมาะมากๆ สำหรับคนที่พกโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าครับ ยังไงก็รู้ว่ามีคนโทรเข้า แถมกดรับสายจากนาฬิกาได้ด้วย

IMG_0699 (Custom)

• ควบคุมการเล่นเพลง เมื่อเปิดเพลงในโทรศัพท์มือถือแล้วชื่อเพลงจะแสดงขึ้นมาบนหน้าปัดครับ แต่แสดงชื่อภาษาไทยไม่ได้นะ ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเพลงหรือสั่งหยุดเพลงได้จากนาฬิกา

• แจ้งเตือนข้อความเข้า ก็ถ้า SMS หรือ iMessage เข้ามาจะแสดงให้อ่านได้ในนาฬิกาเลย แน่นอนว่าอ่านภาษาไทยไม่ได้

• แจ้งเตือนอีเมลใหม่ ก็เหมือนข้อความครับ จะแสดงตัวอย่างเมลให้อ่านด้วย ก็ถ้าใช้ iPhone จะต้องเป็น iOS 6 ขึ้นไปนะครับ

• ตั้งปลุก อันนี้สั่งได้จากตัวนาฬิกาเลยครับ ไม่ต้องใช้โทรศัพท์

IMG_0698 (Custom)

ตอนนี้ Pebble จะมีความสามารถประมาณนี้ครับ ซึ่งผู้ผลิตกำลังเร่งพัฒนา SDK สำหรับใช้กับแอพต่างๆ ให้สามารถติดต่อกับ Pebble ได้มากขึ้น เช่นแสดงความเร็วและแคลอรี่ที่เผาผลาญจากแอพปั่นจักรยาน หรือวัดระยะหลุมกอล์ฟต่างๆ ความสามารถของ Pebble เลยยังถูกปิดไว้อีกเยอะที่ต้องรอซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ๆ ที่ทะยอยตามมาครับ

เทคนิคลับของ Pebble ที่ผู้ผลิตไม่ได้บอกเป็นวงกว้างสำหรับ iOS คือมันสามารถรับการแจ้งเตือนจากแอพอะไรก็ได้นะครับ ผู้ใช้ต้องเข้า Settings ของเครื่อง -> Notifications แล้วเลือกแอพที่จะให้มันแจ้งเตือนผ่าน Pebble เพื่อเข้าไปปิด-เปิดตรง Badge App Icon หรือ Sounds ที่นี่ Pebble ก็จะแจ้งเตือนข้อความใหม่จาก LINE, Twitter, facebook หรือแอพอะไรก็ได้ แต่ที่ทีมพัฒนา Pebble ไม่บอกวิธีตรงๆ เพราะมันยังไม่เสถียรครับ บางทีข้อความจากวิธีนี้ก็ยังไม่มา แล้วถ้าปิดโทรศัพท์ไป หรือการเชื่อมต่อ Bluetooth หลุดไป ก็ต้องเข้าไปกดๆ ใน Settings ใหม่อีกครั้งครับ

จุดอ่อนของ Pebble

หลังจากที่ใช้ Pebble มาสักพัก ผมชอบมันนะครับ ตรงที่น้ำหนักเบา แล้วก็ทำอะไรได้ยืดหยุ่น แต่มันก็มีจุดอ่อนที่ควรพิจารณาดังนี้

• ไม่รองรับภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษ ถ้าได้แจ้งเตือนเป็นภาษาไทย ภาษาจีน นี้มันจะแสดงเป็นกล่องสี่เหลี่ยมหมดครับ ผู้พัฒนาก็สัญญาว่าจะปรับปรุงให้ในเวอร์ชั่นถัดๆ ไป

• แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนหมดเร็วขึ้น ก็เป็นเรื่องปกติของการเชื่อม Bluetooth ตลอดเวลาครับ แต่ก็รับได้ มันไม่ได้ลดเร็วขึ้นมากนัก

• วัสดุไม่แข็งแรงเท่าไหร่ ถ้าเทียบความทนทานกับนาฬิกาข้อมือจริงๆ Pebble จะเป็นรอยง่ายกว่านะครับ

• แสดงการแจ้งเตือนได้แค่อันเดียว เราไม่สามารถย้อนดูการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ได้ครับ ดูได้แค่อันล่าสุดเท่านั้น ผู้พัฒนาก็บอกว่าจะทำให้ดีขึ้นต่อไป

• ถ้าไม่มีสมาร์ทโฟน มันก็แค่นาฬิกา คือมันยังทำหน้าที่นาฬิกาได้ปกติ แล้วก็เปลี่ยนหน้าปัดได้ตามที่โหลดมา แต่ความสามารถอื่นๆ ต้องผ่านสมาร์ทโฟนซะเยอะครับ

• ยังหาซื้อยาก เพราะ Pebble มันบูมมากๆ ครับ กว่าผู้ผลิตจะทำนาฬิกา 85,000 เรือนเพื่อส่งให้ผู้สั่งผ่าน Kickstarter ก็ใช้เวลาถึงครึ่งปี 2013 ส่วนผู้ใช้ทั่วไปที่รอซื้อในไทย หรือส่งผ่านเว็บในราคา $150 ก็รอไปอีกพักใหญ่ครับ

 

Cookoo นาฬิกาเจ้านกน้อยเน้นแจ้งเตือน

IMG_0695 (Custom)

Cookoo ก็เป็นอีกหนึ่งโปรเจกจาก KickStarter ครับ ที่เอาจริงๆ มันเริ่มประกาศโครงการหลัง Pebble อีก แต่ดันเสร็จได้นาฬิกาก่อน เพราะมันไม่ได้บูมเท่าครับ เมืองไทยก็เริ่มมีขายในร้านแก็ตเจ็ดใหญ่ๆ แล้ว (และเหมือนของจะขาดตลาดอยู่) ซึ่งถึงมันจะเป็น Smart Watch เหมือนกัน แต่ก็แตกต่างจาก Pebble พอสมควรเลย

รูปร่าง หน้าตา วัสดุ

สิ่งแรกที่รู้สึกจาก Cookoo คือมันหนาและใหญ่ครับ ตัวหน้าปัดนาฬิกาหนาถึง 16.3 mm แล้วกว้าง 44 mm ก็ทำให้ Cookoo ดูใหญ่อลังการและทนทานกว่า Pebble พอสมควรเลย แต่ก็กันน้ำได้ 5 ATM เหมือนกัน รอบตัวเรือนจะมีปุ่ม 4 ปุ่มเอาไว้สั่งเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ เปิดไฟ ล้างหน้าจอและสั่งงานครับพร้อมเม็ดมะยมสำหรับปรับเวลา ถ้าคนที่ชอบนาฬิกาเรือนโตๆ น่าจะถูกใจนะครับ เพราะมันออกแบบดีเลยแหละ เรียบ หรู สายเป็นยางซิลิโคนหนาๆ แต่ถ้าใครที่ชอบเรือนเล็กๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง คงต้องไปดูตัวจริงกันอีกครั้งว่าจะรับมันได้รีปล่าวนะครับ

IMG_0697 (Custom)

สิ่งที่แตกต่างระหว่าง Pebble กับ Cookoo คือหน้าปัดที่ Cookoo จะเป็นเข็มนาฬิกาจริงๆ ลอยอยู่เหนือจอ LCD ที่ใช้แสดงการแจ้งเตือนต่างๆ ครับ แต่จอของ Cookoo นั้นไม่ได้แสดงภาพอะไรก็ได้เหมือน Pebble นะครับ มันแสดงได้แค่ไอคอนแจ้งเตือน 6 แบบเท่านั้นเอง ทำให้การใช้งานจำกัดกว่า Pebble พอสมควร แต่สิ่งที่เหนือกว่าของ Cookoo คือแบตเตอรี่ใช้ได้ยาวนานกว่ามาก ถ้าเปิดฝาด้านหลังของนาฬิกาออกจะเห็นแบต 2 ก้อนของระบบ ก้อนเล็กใช้ให้พลังงานกลไกนาฬิกา แล้วก้อนใหญ่ให้พลังงานระบบเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ครับ ก็อยู่ได้เป็นปี แล้วพอถ่านหมดก็เปลี่ยนโดยใช้ถ่านนาฬิกาทั่วไปนี่แหละ

Cookoo นั้นมีให้เลือกทั้งหมด 6 สีคือ ดำล้วน, ดำเงิน, ชมพู, ฟ้า, ขาว และสีพิเศษที่แพงพิเศษคือเขียวครับ ซึ่งมาพร้อมกล่องรังนกน้อยที่สวยงาม ใช้เสร็จก็สามารถเอาไปทำเป็นรังนกได้จริงๆ นะ เขาเจาะช่องให้นกบินออกมาแล้ว

IMG_4887 (Custom)

การใช้งาน Cookoo

Cookoo จะใช้ได้กับ iPhone 4s ขึ้นไปเท่านั้น เพราะต้องการ Bluetooth 4.0 ส่วน Android กำลังทำให้ใช้ได้ครับ ยังมีปัญหาเรื่อง Bluetooth ที่ต้องแก้เป็นรายรุ่นมือถือไป ซึ่งเมื่อได้นาฬิกามาเรียบร้อยแล้วก็ต้องไปโหลดแอพ Cookoo มาลงในโทรศัพท์ แล้วเปิดให้เชื่อมต่อกับนาฬิกาให้เรียบร้อย

IMG_4945 (Custom) IMG_4946 (Custom) IMG_4947 (Custom) IMG_4948 (Custom)

 

เมื่อใช้ Cookoo บน iOS6 ร่วมกับแอพเวอร์ชั่น 1.2 จะแจ้งเตือนสิ่งต่างๆ ผ่านไอคอนบนนาฬิกา พร้อมเสียงและการสั่นได้ดังนี้ครับ

IMG_4886 (Custom)

• เตือนสายเข้าและสายที่ไม่ได้รับผ่านไอคอนรูปโทรศัพท์

• เตือนสิ่งที่ต้องทำในปฏิทินผ่านไอคอนรูปปฏิทิน

• เตือนข้อความและโพสจาก facebook ผ่านไอคอนบอลลูนข้อความ

• เตือนข้อความ Mention จากทวิตเตอร์ผ่านไอคอนบอลลูนข้อความเหมือนกัน

• เตือนรายการ to-do จากแอพ Reminder

• เตือนเมื่อ iPhone ออกนอกขอบเขตของ Cookoo ผ่านไอคอนรูปนกหรือคำว่า cookoo

• เตือนแบตเตอรี่ iPhone อ่อน ผ่านไอคอนแบต

• เตือนเป็นนาฬิกาปลุก (ต้องเช็ตเวลาปลุกผ่านแอพ)

ซึ่งถ้าเทียบกับ Pebble แล้ว Cookoo แจ้งเตือนได้นุ่มนวลกว่าครับ จนบางทีก็ไม่รู้ว่ามันเตือน 555 แล้วก็รู้แค่มีข้อความ มีสายเข้าเท่านั้นนะ ไม่สามารถบอกได้ว่าข้อความอะไร หรือใครโทรเข้าได้แบบ Pebble ซึ่งก็แอบน่ารำคาญเหมือนกัน ที่รู้แค่ว่ามีข้อความใหม่ แต่ก็ต้องหยิบโทรศัพท์มาดูว่าข้อความอะไร นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ Cookoo สั่ง iPhone ให้อะไรได้อีกหลายๆ อย่างผ่านปุ่ม Command บนนาฬิกาคือ

• ใช้ Cookoo เป็นรีโมทสั่งถ่ายรูป โดยต้องถ่ายผ่าน Cookoo เท่านั้น ใช้กับแอพกล้องอื่นๆ ไม่ได้

• ควบคุมการเล่นเพลง เปลี่ยนเพลง หยุดเพลงได้จากนาฬิกา

• สั่งปักหมุดในแผนที่ เช่นไปสถานที่แปลกๆ ก็กดที่นาฬิกาเพื่อให้ปักหมุดได้อย่างรวดเร็วว่าเรามาตรงนี้นะ รวมทั้งสั่ง Check-in ในเฟซบุ๊กเลยก็ได้

จุดอ่อนของ Cookoo

ส่วนตัวแล้วผมมองว่า Cookoo มีปัญหามากกว่า Pebble นะครับ คือมันยังทำงานร่วมกับ iOS ได้จำกัดอยู่มาก เพราะตัวแอพยังไม่สามารถเข้าถึงเมลหรือระบบข้อความ SMS ของระบบได้ ทำให้ไม่สามารถแจ้งเตือนเมื่อเมลเข้าหรือ SMS เข้าได้ ซึ่งคงต้องรอแอพ Cookoo เวอร์ชั่นต่อไป หรือ iOS เวอร์ชั่นใหม่ไปเลย ที่จะให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงรายละเอียดในเครื่องได้มากขึ้น แล้วก็ยังมีปัญหาจุกจิกอีกดังนี้

• การเชื่อมต่อไม่เสถียร คือถ้าเทียบกับ Pebble ที่เชื่อมตัวเองกลับสมาร์ทโฟนได้เองแล้ว Cookoo ค่อนข้างน่ารำคาญครับ เพราะเมื่อนาฬิกาหลุดจากการเชื่อมต่อ ก็ต้องเปิดแอพกลับขึ้นมาใหม่เพื่อเชื่อมต่อกันใหม่ ซึ่งปัญหานี้เป็นหนักมากในแอพเวอร์ชั่น 1.0 ครับ แอพเวอร์ชั่น 1.2 ก็ทำได้ดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่ต้องมาเชื่อมต่อใหม่เอง

• Cookoo แกะกล่องอาจมีปัญหาเชื่อมกับโทรศัพท์ไม่ได้ อันนี้เจอมากับตัวเลย หลังแกะกล่องเจ้า Cookoo น้อยก็เชื่อมกับ iPhone ไม่ได้สักที สุดท้ายไปค้นๆ จนรู้ว่าต้อง Hard Reset นาฬิกา ซึ่งถ้าเราไปกด Forget เจ้า Cookoo ออกจากหน้า Bluetooth ของ iOS ก็ต้อง Hard Reset ครับ

• Hard Reset ยากและน่ากลัว คือเปิดฝาหลังนาฬิกาออกมา เอาไขควงงัดถ่านก้อนใหญ่ออก แล้วเอาไขควงเชื่อมระหว่างขั้วด้านในสักพักหนึ่งเพื่อซ็อตแบตครับ

• การแจ้งเตือนอาจมาบ้างไม่มาบ้าง เทียบกับ Pebble ถือว่า Cookoo ยังแจ้งเตือนได้ไม่ดีเท่าไหร่ครับ บางทีมันร้องเตือน แต่ดูโทรศัพท์ก็ไม่มีอะไรซะงั้น

• เตือนปฏิทินน่ารำคาญมาก ถ้าตั้งสิ่งที่ต้องทำไว้ในปฏิทินแบบ all-day หรือทำทั้งวัน เจ้า cookoo มันก็เตือนอยู่นั้นแหละทุกครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็ปิดแจ้งเตือนปฏิทินไปเลยดีกว่า

• ปักหมุดสถานที่ไม่แม่น เข้าใจว่าตัวแอพมันไม่ได้เช็คสถานที่กับ GPS ตลอดนะครับ บางทีสั่งปักหมุดก็ไปปัดจุดเดิมที่เราเคยอยู่ ก็ทำให้ฟังก์ชั่นนี้แอบไร้ประโยชน์ไปเลย ไม่แน่ใจว่าปัญหานี้จะแก้ไขในแอพรุ่นหน้ารึเปล่า

ฟันธง Pebble Vs. Cookoo

ผมได้ Cookoo มาใช้ก่อน Pebble หลายเดือนนะครับ ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นนาฬิกาที่ออกแบบสวย ถึงมันจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนไม่ได้ มันก็ยังน่าใช้อยู่ดี ซึ่งมันคนละอารมณ์กับ Pebble ที่ดูเป็นของเล่น ดูเป็นของกีกมากกว่าหน่อย (ถ้าเปลี่ยนหน้าปัดบนจอสวยๆ Pebble ก็สวยเหมือนกันนะ) แต่ความสามารถในแง่ของ Smart Watch แล้ว Pebble กินขาดครับ ทั้งความเสถียรในการเชื่อมกับโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อแล้วไม่ต้องยุ่งกับมันอีก ไม่น่ารำคาญเหมือน Cookoo แล้วก็รูปแบบการแจ้งเตือน ที่ Pebble ทำได้ดีกว่ามากๆ และยังมีอนาคตด้วยการอัพเดทซอฟต์แวร์อีกมากมาย แถมยังรองรับทั้ง iOS และ android ได้ดี ซึ่ง Cookoo ยังมีปัญหากับ Android อยู่ครับ ทำให้ผมขอฟันธงว่า Pebble เลิศกว่าครับ

ตอนนี้ Pebble นั้นขายปลีกอยู่ที่เรือนละ $150 แต่ยังหาของไม่ได้จนกว่าผู้ผลิตจะทำของทันซึ่งก็คงอีกหลายเดือน (ผมซื้อมาได้ในราคา $95 แต่สั่งตั้งแต่ปีที่แล้วตั้งแต่ยังเป็นตัวต้นแบบ และใช้เวลาเกือบปีกว่าจะได้นาฬิกา) ส่วน Cookoo นั้นขายปลีกอยู่ $129.99 ครับ ซึ่งขายในเมืองไทยราคา 3,990 บาท ก็ลองไปหาดูตัวจริงเพื่อตัดสินใจได้อีกทีครับ

 

 

3 COMMENTS

  1. ถ้าให้เลือกตอนนี้เลือก Pebble แต่ถ้าเอาจริงๆ เลยยังไม่ซื้อ รอใจเย็นๆ.

  2. ใครสนใจอยากเป็นเจ้า Pebble นะครับ
    แนะนำซื้อจากเว็บนี้ครับ http://www.leadat.com
    หากต้องการด่วนพิเศษ ก็ต้องอาจจะเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย
    แค่ 3-5 วันก็ได้รับของแล้วครับ ประกัน 1 ปี
    ใช้แล้วไม่ผิดหวังจริงครับ Pebble ที่รัก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here