อินเทล™ คอร์™ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3  เปิดประสบการณ์ใหม่อันน่าตื่นเต้นสู่พีซี กับควอด คอร์ โปรเซสเซอร์ 22 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก เพิ่มประสิทธิภาพการแสดงภาพสองเท่า พร้อมประสบการณ์การใช้งานเหนือชั้น

 

วันนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวชิป อินเทล™ คอร์™ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ตระกูลควอดคอร์ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ประสบการณ์ในการรับชมภาพอันน่าทึ่ง และเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลสำหรับคอเกม ผู้ที่ทำงานด้านสื่อ และผู้ใช้งานทั่วไป โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้เป็นชิปรุ่นแรกของโลกที่นำเทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ 3 มิติ แบบTri-Gate ซึ่งใช้กระบวนการผลิตแบบ 22  นาโนเมตรมาใช้ และพร้อมวางจำหน่ายในเดสก์ท็อปและแล็ปท็อประดับไฮเอนด์แบบออล-อิน-วัน ภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยหรู และบางเฉียบแล้ว

โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้เกิดขึ้นจากการผสานที่สุดของเทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ 3 มิติ แบบ Tri-Gate ของอินเทลอันล้ำสมัยกับอีกขั้นของการพัฒนาสถาปัตยกรรม ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับกราฟิกแบบ 3 มิติ และมีเดียในระบบไฮเดฟินิชั่นได้มากถึงสองเท่า เมื่อเทียบกับชิปเจนเนอเรชั่นอื่นของอินเทลที่ผ่านมา ผลที่ได้คือประสบการณ์ในการรับชมภาพอันเหนือชั้น เพื่อรองรับการทำงานต่างๆ ที่ต้องการใช้บนพีซี ตั้งแต่การสร้างและตัดต่อวิดีโอและภาพ การเล่นอินเทอร์เน็ต การชมภาพยนตร์คุณภาพระดับไฮเดฟฟินิชั่น หรือเล่นเกมส์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว คมชัดและเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของอินเทลในด้านประสิทธิภาพ โดยสามารถพัฒนาการประมวลของไมโครโปรเซสเซอร์มากถึงร้อยละ 20 ไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเร่งความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลจากชิป

ไม่กี่เดือนหลังจากนี้ อินเทลเตรียมแผนเปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 เพิ่มเติมสำหรับการคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ตั้งแต่อุปกรณ์อัลตร้าบุ๊ก เซิร์ฟเวอร์ และระบบอัจฉริยะแห่งการประมวลผลสำหรับร้านค้าปลีก สถานพยาบาล และอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกด้วย

“อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น โดยวิศวกรของอินเทลได้ทำงานเกินกว่าที่เราคาดหมาย โดยเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับมีเดียและกราฟิกได้มากขึ้นเป็นสองเท่าให้แก่โปรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดที่เราเคยมีมา ซึ่งหมายความว่าประสบการณ์ในการรับชมภาพอันเหนือชั้นได้มาถึงแล้วสำหรับ ออล-อิน-วัน พีซี และอัลตร้าบุ๊กชนิดต่างๆ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการผสานความเป็นผู้นำของอินเทลในกระบวนการผลิตและสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ กับความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของอินเทลในการผลักดันนวัตกรรมการประมวลผลให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น” เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ดายของอินเทล™ คอร์ โปรเซสเซอร์™ เจนเนอเรชั่น 3

 “Tick-Plus” ข้อได้เปรียบของอินเทล

ประสิทธิภาพที่ได้จากโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ เกิดขึ้นจากโครงสร้าง 3 มิติอันล้ำสมัยจากอินเทล ทรานซิสเตอร์ ซึ่งปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์อื่นใช้ทรานซิสเตอร์ 2 มิติแบบเก่าเท่านั้น ดังนั้นการผนวกมิติที่ 3 ให้กับทรานซิสเตอร์จึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ และเพิ่มความสามารถที่จะเข้าไปเพิ่มเติมอยู่ในทุกๆ ตารางมิลลิเมตรของโปรเซสเซอร์รุ่นนี้ ทรานซิสเตอร์รุ่นใหม่ที่อินเทลได้รังสรรค์ขึ้นนี้เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้พลังงานที่ลดลง ซึ่งนับเป็นการสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืนและพิสูจน์ว่ากฎของมัวร์ยังคงเป็นจริงต่อไปในปีต่อ ๆ ไปที่กำลังจะมาถึง

วิศวกรของอินเทลได้ปรับรูปแบบสถาปัตยกรรมของชิป อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 เพื่อพัฒนาประสบการณ์ในการรับชมภาพทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของชิปในขณะที่ลดขนาดของทรานซิสเตอร์ลงแสดงถึงการเร่งกฎแห่งเวลาของโมเดล “ทิค-ทอค” (tick-tock model) ที่ผ่านมาอินเทลให้ความสำคัญกับการยึดตามเงื่อนไขเวลาตามรูปแบบ “ทิค-ทอค”  ซึ่ง “ทิค” หมายถึงปีที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระบวนการผลิตชิป ในขณะที่ “ทอค” หมายถึงปีที่อินเทลจะพัฒนาสถาปัตยกรรมของชิป แต่ครั้งนี้ อินเทลสามารถเร่งแผนพัฒนาและปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของชิป ที่เกิดขึ้นพร้อมกับกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นภายในปีเดียวกันได้ เนื่องจากอินเทลเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่นำการผลิตแบบครบวงจร หรือ Integrated Device Manufacturing มาใช้ในในการออกแบบและผลิตชิป

แผ่นเวเฟอร์ของอินเทล™ คอร์™ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3

 ประสบการณ์ชมภาพและเล่นเกมส์อันสุดล้ำ

อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 มาพร้อมกับ Intel® HD Graphics 4000 ที่เสริมประสิทธิภาพในการรับชมกราฟิกแบบ 3 มิติได้ดียิ่งขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นเดิม โดยผู้ใช้จะเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมมากกว่าเดิมด้วยรายละเอียดความคมชัดที่สูงขึ้น โดย Intel® HD Graphics 4000 สนับสนุนระบบปฏิบัติการของ Microsoft* DirectX 11, OpenGL 3.1 และ OpenCL 1.1

“ประสิทธิภาพของกราฟิกแบบ 3 มิติ ในชิป อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 3 บ่งบอกถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ คอเกมจะมันอย่างสุด ๆ ไปกับเกม DOTA 2 ที่กำลังจะเปิดตัวบน Intel HD Graphics 4000 อย่างแน่นอน” เกบ นิวเวล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Valve Software ผู้นำด้านการให้บริการเกมส์ออนไลน์ กล่าว

ประสบการณ์ในการรับชมภาพที่ดีนั้นไม่ได้หมายถึงการเล่นเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปัจจุบันวิดีโอออนไลน์ถูกอัพโหลดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก และคาดการณ์ว่าจะมากถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมดของปีนี้** สิ่งสำคัญที่ทำให้วิดีโอสนุกคือความสามารถในการแปลงไฟล์เพื่อแชร์บนช่องทางออนไลน์กับเพื่อนฝูงและครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยี Intel® Quick Sync Video 2.0 ที่ฝังอยู่ในโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ ผู้ใช้งานสามารถแปลงไฟล์วิดีโอได้เร็วขึ้นเป็นสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ตัวเดิมในปีที่ผ่านมา และเร็วกว่าพีซีธรรมดาที่มีอายุการใช้งานเพียง 3 ปีถึง 23 เท่า

ประสบการณ์ที่อัดแน่นด้วยความปลอดภัย พร้อมแพลตฟอร์มอันล้ำหน้า

โปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัย Intel® Secure Key and Intel® OS Guard ที่ทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลและอัตลักษณ์ส่วนบุคคล  Intel Secure Key  ประกอบด้วยเจนเนอเรเตอร์แบบดิจิตอลแบบสุ่มหมายเลขที่สร้างตัวเลขแบบสุ่มอย่างแท้จริงที่ส่งผลให้กระบวนการเปลี่ยนข้อความเป็นรหัสมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น   Intel  OS  Guard  ช่วยป้องกันการแฮ็คข้อมูลในระดับสูงที่แฮ็คเกอร์ลักลอบเข้าระบบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นจากคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง คุณสมบัติทั้ง 2 อย่างนี้ได้นำมาผนวกเข้ากับแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยที่มีอยู่แล้วทั้ง Intel® Identity Protection Technology (Intel® IPT) และ Intel® Anti-Theft technology (Intel® AT) ที่รวมประสิทธิภาพแพลตฟอร์มของอินเทลที่ให้ความปลอดภัยสูงสุดในอุตสาหกรรม ชิปใหม่ที่มี IPT นี้เมื่อนำมารวมกับชิปเซ็ตของ อินเทลTM ซีรี่ส์ 7 จะให้คุณสมบัติที่ “ป้องกันการแสดงผลข้อมูลทางธุรกรรม” ที่สปายแวร์จะไม่สามารถอ่านข้อมูลบางส่วนบนหน้าจอได้ และแฮ็คเกอร์จะไม่สามารถเห็นถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการเข้าระบบเพื่อไปกระทำการขโมยอัตลักษณ์ส่วนบุคคลได้

แพลตฟอร์มที่ใช้โปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ยังช่วยหนุนการส่งผ่านข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย USB 3.0 ที่รวมอยู่ใน Platform Controller Hub (PCH) ของซีรี่ส์ 7 และ PCI Express 3.0 ในตัวโปรเซสเซอร์ เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลเข้าและออกในเจนเนอเรชั่นถัดไปจะมาพร้อมกับช่องทางลำเลียงข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นไปยังแพลตฟอร์มเพื่อให้ข้อมูลไหลผ่านไปได้อย่างต่อเนื่อง และผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์พีซีอย่างไม่ติดขัด

 โปรเซสเซอร์และประสิทธิภาพของระบบ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 จะเริ่มออกสู่ตลาดในวันที่ 29 เมษายนนี้ผ่านร้านค้าปลีกและร้านตัวแทนจำหน่ายของทั้ง Ingram Micro, Synnex และ WPG  ส่วนโปรเซสเซอร์อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ระบบอัจฉริยะในร้านค้าปลีก สถานพยาบาล และสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ  รวมทั้งในอัลตร้าบุ๊กและโน้ตบุ๊กที่จะมีออกหลังจากนี้

 

หมายเหตุ:

ซอฟต์แวร์ และปริมาณงานที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพ อาจเป็นการใช้กับไมโครโปรเซสเซอร์ของอินเทล ในด้านประสิทธิภาพเท่านั้น การทดสอบประสิทธิภาพ เช่น SYSmark และ MobileMark วัดโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบ ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการและฟังก์ชั่นเฉพาะ หากมีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปอาจกระทบถึงผลที่ต่างออกไป ดังนั้นจึงควรศึกษาเกี่ยวกับการทดสอบข้อมูลและประสิทธิภาพอื่น ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยรอบด้านในการประเมินคุณภาพของสินค้าเพื่อการตัดสินใจซื้อ ซึ่งรวมถึงประสิทธิภาพของสินค้าเมื่อนำไปใช้ร่วมกับสินค้าอื่นข้อมูลเพิ่ม เติมสามารถดูได้ที่ www.intel.com/performance

**ที่มา: Cisco Visual Networking Index Report กุมภาพันธ์ 2555

www.cisco.com/web/solutions/sp/vni/vni_forecast_highlights/index.html

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here