nVidia  จัดงาน “GeForce Editor’s Day” เปิดตัวกราฟิกการ์ดตัวจี๊ดรุ่นล่าสุดกับ GeForce GTX 680 บนสถาปัตยกรรม Kepler ณ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานเปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX Series 6 ครั้งแรกใน แถบภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งงานนี้จะมีอะไรน่าสนใจมาโชว์ให้ได้เห็นกันบ้าง ต้องติดตามดูกัน

เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทีมงานพีซีทูเดย์ ได้มีโอกาศเป็นเกียรติรับเชิญจากทาง nVidia เชิญเข้าร่วมงาน เปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 680 ในแถบภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้(ภูมิภาคอื่นมีการเปิดตัวกันไปแล้ว) ภายใต้ชื่องาน “GeForce Editor’s Day” ณ ประเทศมาเลเซีย โดยมี Mr.Nick Stam (Director, Technical Marketing) มาเป็นผู้บรรยายเปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 680 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Kepler ให้สื่อมวลชนต่างๆ ได้ชมกัน

โดยภายในนี้งานเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวกราฟิกการ์ดตัวท็อบรุ่นล่าสุด ในซีรีย์ 6 กับ GeForce GTX 680 บนสถาปัตยกรรม  “Kepler”สถาปัตยกรรมตัวล่่าสุดที่หลายคนกำลังจับตามองอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะกับการออกแบบใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 28 นาโนเมตร ทำให้ตัวชิปเซ็ตกราฟิกรุ่นใหม่ มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมมีพื้นที่เหลือใส่อะไรๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิมเยอะทีเดียว

GeForce GTX 680 SMX Diagram

 และด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง ทำให้ตัวชิปเซ็ตมีพื้นที่เหลือมากพอที่จะอัด CUDA Core ลงไปในตัว SM หรือในสถาปัตยกรรมใหม่เปลี่ยนชื่อเป็น SMX ได้มากถึง 192 คอร์ มากกว่า GeForce GTX 580 รุ่นเดิมถึง 6 เท่า

GeForce GTX 680 Block Diagram

โดยในตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 680 จะมีทั้งหมด 8 SMX รวมเป็น 1ถึง ,536 คอร์ ในขณะที่ GeForce GTX 580 เดิมมีเพียงแค่ 512 คอร์เท่านั้น เยอะกว่าเดิมถึง 3 เท่า

พร้อมโชว์เดโมเกมส์ Unreal Engine 3: Samaritan ให้ชมความสามารถกันคร่าวๆ ขออภัยภาพอาจจะไม่ชัดเพราะห้องมืดมากและถ่ายด้วยมือถือ แต่ขอบอกว่าเนียนและลื่นมาไม่มีสะดุดเลย

ข้อดีอีกอย่างของการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 28 นาโนเมตร คือการบริโภคพลังงานของตัวการ์ดที่ลดลง สังเกตได้จาก ตัวการ์ดที่เปลี่ยนมาใช้ขาแบบ 6 PIN แค่เพียงสองชุด กินไฟแค่ประมาณ 195 วัตต์ ในขณะที่รุ่นก่อนหน้านี้ รวมถึงกราฟิกการ์ดของคู่แข่ง ที่กินไฟมากกว่าอยู่ที่ประมาณ 250 วัตต์กันเลยทีเดียว ซึ่งข้อดีของกราฟิกการ์ดสำหรับพีซีที่กินไฟน้อยๆ นอกจากประหยัดค่าไฟแล้ว ยังช่วยให้เราไม่ต้องอัพเกรดพาวเวอร์ซัพพราย ไปใช้รุ่นที่มีกำลังวัตต์สูงๆ ราคาแพงๆ ก็สามารถใช้งานกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ได้

รวมถึงเรื่องของความร้อนจากตัวชิปเซ็ตกราฟิกก็ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน แถมตัวการ์ดยังมีการออกแบบระบบระบายความร้อนแบบใหม่ ที่ระบายความร้อนจากตัวชิปได้ดียิ่งขึ้น และมีเสียงรบกวนจากพัดลมระบายอากาศที่ลดลง

ฟีเจอร์ใหม่ บน GeForce GTX 680

ในส่วนของฟีเจอร์ที่น่าสนใจบนตัวกราฟิกการ์ด GeForce GTX 680 อย่างแรกที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ กับความสามารถของ NVIDIA GPU Boost ที่คอยจัดการ ประสิทธิภาพ และความเร็วในการทำงานของตัวจีพียู เมมโมรี่ รวมถึงการใช้พลังงานในตัวกาาร์ดใหม่เหมาะสมกับการใช้งาน

ซึ่งความสามารถนี้ นอกจากจะช่วยลดการใช้พลังงาน ขอกราฟิกการ์ดได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับตัวการ์ด ในช่วงที่มีโหลดสูงๆ ได้เพิ่มมากกว่าเดิมถึง 20% เลยทีเดียว สามารถชมคลิปเดโม NVIDIA GPU Boost จากคลิปวีดิโอ ซึ่งจะเห็นได้ว่า การทำงานของ NVIDIA GPU Boost  สามารถบูต และลดระดับความเร็ว ของตัวการ์ดได้ในแบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการทำงาน ของจีพียู เมมโมรี่ อุณภูมิ รวมถึงการใช้พลังงานในขณะนั้น ให้เหมาะสม

สวยขึ้น เนียนขึ้น

นอกจากประสิทธิภาพการทำงาน เรื่องความสวยงามของภาพกราฟิก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ให้ความสำคัญ เช่นกัน โดยมีการพัฒนาระบบลบลอยหยัก หรือ Anti-Aliasing ใหม่ แบบ FXAA ที่ให้ภาพคมชัดขึ้น และ ทำงานเร็วได้เร็วขึ้นกว่าเดินถึง 60%  จากภาพตัวอย่าง จะเห็นได้ว่า คุณภาพของภาพที่ได้จาก FXAA มีความ ชัดเจนขึ้นในระดับเดียวกับภาพยนตร์ CG 3 มิติเลยก็ว่าได้

แต่ยังไม่หมดเท่านี้ เอ็นวิเดีย ยังมีเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ภาพดูคมชัดสมจริงราวกับชมภาพยนตร์ กับเทคโนโลยี TXAA ซึ่งช่วยในการลบลอยหยักในส่วนของ Texture หรือในบริเวณของพื้นผิววัตถุ ให้ภาพดูเนียนสมจริงมากขึ้นกว่าเดิม โดยที่ความเร็วหรือเฟรมเรตไม่ลดต่ำลง

แถมยังสามารถเปิด VSync Mode ได้แล้วจ้า แก้ปัญหาเฟรมเรตของเกมส์ ให้แมตซ์กับ อัตราการรีเฟรตภาพของหน้าจอ โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 60 FPS  ซึ่งหากไม่เปิด VSync Mode ก็มีโอกาศที่ความเร็ว จะดร็อปลงมาเหลือ 30 FPS ได้ในบางเวลา ทำให้ภาพดูสะดุดไปบ้าง ซึ้งแก้ด้วยการ VSync Off ในแบบอัตโนมัติ ทำให้ภาพกลับมาลื่นไหล ได้อย่างนุ่นนวล

3+1 3D Vision Surround

ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยี 3D Vision Surround ที่มาเคาะปัดฝุ่นใหม่ แก้ปัญหาจากเดิมหลายๆ ด้านโดยเวอร์ชั่นนี้สามารถต่อกับจอภาพได้ถึง 4 จอ ด้วยกราฟิกการ์ดเพียงใบเดียว โดย แบ่งเป็น 3 แรกแสดงจะผลภาพจากเกมส์ และอีก 1 จอที่เหลือไว้สำหรับแสดงผลหน้าจอปกติ ไว้ใช้สำหรับมอนิเตอร์ การทำงานต่างๆ เช่นดูกราฟ เปิดเว็บ หรือดูหุ้น ในระหว่างเล่นเกมส์ได้

 

แถมในเวอร์ชั่นนี้ยังแก้ปัญหา ภาพที่หายไป ในบริเวณขอบของจอ ได้ด้วยความสามารถของ Surround Bezel Peaking  ซึ่งจะเป็นคีย์ลัด สามารถกดดูภาพที่ขาดหายไปให้กลับขึ้นมาโชว์ได้ และสามารถปิดกลับไปเหมือนเดิมได้เมื่อไม่ใช้งาน เพื่อให้ได้ภาพที่ถูกต้องตามอัตราส่วนเหมือนเดิม พร้อมทั้งสามารถปิด จอด้านข้างทั้ง 2 ด้าน เพื่อเร่งความเร็วให้กับตัวการ์ดได้ ในจังหวะที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลของกราฟิกการ์ด แม้จะยังอยู่ในโหมด Surround งานนี้เอาใจคอเกมส์กันสุดๆ

Geforce NoteBook

นอกจากกราฟิกการ์ดสำหรับเครื่องพีซีแล้วงานนี้ยังมีการโชว์โน้ตบุ๊ก จากค่ายต่างๆ ที่ใช้ชิปเซ็ตกราฟิก GeForce GTX 6 ให้ได้ชมกันด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ได้ในตอนนี้ ต้องรอชมกันต่อไปในช่วงปลายเดือนหน้า บอกได้แต่เพียงว่า บชิปเซ็ตกราฟิก GeForce GTX Series 6 ใช้สถาปัตยกรรม Kepler สำหรับเครื่องโน้ตบุ๊กถูกออกแบบมาเน้นประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง โดยใช้พลังงานในระดับต่ำ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ 20 นาโนเมตร เพื่อลดขนาดตัวชิปให้เล็กลง และประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น โดยความสามารถของชิปเซ็ตกราฟิกใหม่นี้จะมีความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้นจากซี่รีย์ 5 ถึง 2 เท่า และเร็วกว่าเกือบ 10 เท่าสำหรับ IGP ซึ่งอดใจรอซักหน่อย  มีให้ชมกันต่ออย่างแน่นอน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here