ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่า จะได้เห็นพรินเตอร์ที่มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ในชีวิต เพราะพรินเตอร์ในตลาดส่วนใหญ่ ดีไซน์ก็จะเป็นแบบสีดำๆ ดีไซน์การออกแบบที่มองแว๊บเดียวก็รู้ว่ามันคือ “พรินเตอร์” แต่สำหรับ HP ENVY 110 e-All-in-One ตัวนี้แล้วละก็ มันคือ เฟอร์นิเจอร์ไอทีดีไซน์สวยๆ ตัวหนึ่ง ที่เหมาะจะอยู่คู่กับโชว์รูมขายผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ที่ดูหรูหรามีระดับ เพราะมันเข้ากันได้ดีจริงๆ แน่นอน

HP ENVY 110 e-All-in-One พรินเตอร์ดีไซน์สวยๆ ตัวนี้ จะมีความโดดเด่นด้วยการออกแบบและประสิทธิภาพการพิมพ์เหนือชั้น เพราะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูง สั่งพิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสาร และใช้งาน Print Apps ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แถมยังสามารถพิมพ์งานไร้สายแชร์ไฟล์ได้ทุกที่ผ่านมือถือด้วย HP ePrint ที่สำคัญที่สุดคือ คุณแทบจะไม่ได้ยินเสียงรบกวนใดๆ เวลาที่เจ้าพรินเตอร์เครื่องนี้พิมพ์งาน จนบางทีพิมพ์งานเสร็จแล้วยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป ซึ่งทาง HP บอกมากว่า มันเงียบเท่ากับเสียงที่คนเรากระซิบกันเท่านั้น

มาดูกันที่ดีไซน์แบบเต็มๆ ของ HP ENVY 110 e-All-in-One พรินเตอร์สีขาวสวยตัวนี้กันดีกว่า ซึ่งถ้าเราดูกันแบบผ่านๆ แล้วคงไม่มีใครคาดคิดว่ามันคือ พรินเตอร์ แน่ๆ ดีไซน์ออกมาได้กะทัดรัดมากๆ รูปลักษณ์สวยงาม และตัวเครื่องก็บางเฉียบแบบไม่เคยเห็นมาก่อน โดยด้านหน้าของตัวเครื่องจะมีหน้าจอแสดงการทำงานแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 3.45 นิ้ว หนึ่งในผลงานการออกแบบทางวิศวกรรมของ HP ครั้งสำคัญ แต่สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นประจำ แล้วมาใช้หน้าจอสัมผัสของพรินเตอร์คงไม่ทันใจแน่นอน มันจะมีอาการหน่วงๆ บ้างเป็นบางจังหวะ แต่ถ้าใครได้สัมผัสจับแล้วยกเจ้าพรินเตอร์รุ่นนี้ รับรองว่าถูกใจแน่นอน เพราะเลือกใช้พลาสติกที่มีคุณภาพดี แข็งแรงมากๆ ผสมกับวัสดุที่เป็นโลหะ ทำให้คุณเห็นเครื่องเล็กแบบนี้ แต่มันหนักเอาการเหมือนกัน โดยจะหนักถึง 7.25 กิโลกรัม ภายใต้ขนาดตัวอยู่ที่ 427 (กว้าง) x 336 (ยาว) x 102 (สูง) มิลลิเมตร

HP ENVY 110 e-All-in-One พรินเตอร์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้คุณใช้งานแบบสัมผัสซะเป็นส่วนใหญ่ และจะเน้นการใช้งานแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมเสริมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.hp.com/go/eprintcenter ซึ่งจะมีคอนเทนต์อย่าง Facebook, Snapfish, DreamWorks, Web Sudoku, Quick Forms, Tabloid, Crayola และ Travel Guides ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนใช้งานหรือเปล่า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี และอย่างน้อยๆ ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็มองมาที่เจ้าพรินเตอร์เครื่องนี้ได้

นอกจากนั้น HP ENVY 110 e-All-in-One ยังสามารถพิมพ์งานได้แบบไร้ข้อจำกัดภายใต้ชื่อ “AirPrint” ที่คุณสามารถใช้ iPhone, iPad หรือ iPod สั่งพิมพ์งานไปยังตัวพรินเตอร์ได้โดยตรง จึงเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายด้านการพิมพ์ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่สำหรับลูกค้าของแอปเปิ้ลโดยเฉพาะ เพียงแค่ใช้ซอฟต์แวร์ iOS 4.2 ขึ้นไปเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องลงไดรฟ์เวอร์หรือดาวน์โหลดโปรแกรม

และจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของพรินเตอร์ HP หลายรุ่นในปัจจุบัน รวมไปถึงเจ้า HP ENVY 110 e-All-in-One รุ่นนี้นั่นก็คือ เทคโนโลยี Cloud Printing หรือที่ HP ชอบเรียกว่า HP ePrint นั้น ก็คือการรองรับการพิมพ์งานที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตามในโลกใบนี้ ขอเพียงแค่คุณสามารถส่งอีเมล์ได้เท่านั้น เอกสารที่คุณต้องการพิมพ์ก็สามารถสั่งให้เครื่องพิมพ์ได้ทันที ยกตัวอย่างเช่น คุณกำลังนั่งดูหนังในโรงภาพยนตร์แล้วเพื่อนร่วมงานของคุณเกิดต้องการให้คุณส่งข้อมูลที่อยู่ในมือถือของคุณให้ด่วน แต่คุณไม่อยากให้ไฟล์ข้อมูลนั้นตกไปถึงเพื่อนคุณ คุณก็แค่ส่งไฟล์นั้นแนบไปกับอีเมล์ของเครื่องพิมพ์ที่แต่ละเครื่องจะมีที่อยู่แตกต่างกัน แต่จะลงท้ายด้วย @hpeprint.com เสมอ เพียงเท่านี้ เพื่อนของคุณที่อยู่ที่ออฟฟิศก็จะได้รับข้อมูลที่ต้องการแล้วผ่านทางเครื่องพิมพ์ โดยจะรองรับไฟล์ Word, Excel, PDF หรือ JPEG และสามารถกำหนดให้พิมพ์งานเป็นขาวดำหรือสี หรือกำหนดขนาดกระดาษได้จากการตั้งค่าที่คุณได้ลงทะเบียนเอาไว้บนเว็บไซต์ www.hp.com/go/ePrintCenter

มาดูกันที่สเปคของ HP ENVY 110 e-All-in-One กันบ้าง ที่พกพาความเร็วสูงสุดในการพิมพ์อยู่ที่ 30 และ 25 แผ่นต่อนาที สำหรับเอกสารขาวดำและสี และมีความเร็วสูงสุดในการพิมพ์แผ่นแรกอยู่ที่ 26 วินาที ภายใต้ความละเอียดในการพิมพ์สูงสุด 4800 x 1200 dpi โดยจะใช้ตลับหมึกพิมพ์ระบบ 4 สี 2 ตลับ ซึ่งจะใช้ตลับหมึกเบอร์ 60 ชนิดมาตรฐาน หรือจะใช้แบบปริมาณความจุสูงก็ได้ในรุ่น 60XL ตามแต่ปริมาณการพิมพ์ของคุณ และสามารถพิมพ์เอกสาร 2 หน้าได้โดยอัตโนมัติ

ส่วนการสแกนไฟล์จะทำได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1200 dpi ที่ 24 bit และมีฟังก์ชันก๊อปปี้ในตัวเครื่องด้วย โดยเครื่องพิมพ์จะสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สาย Wireless ได้ และมีสล๊อตสำหรับเสียบการ์ดความจำต่างๆ ถาดกระดาษขาเข้ารองรับได้ 80 แผ่น และกระดาษขาออก 25 แผ่น (เป็นถาดรับกระดาษที่เปิดออกและดึงกลับโดยอัตโนมัติ) สามารถรองรับงานพิมพ์ได้สูงสุด 1,000 แผ่นต่อเดือน แต่จะแนะนำให้ใช้งานประมาณ 400-500 แผ่นมากกว่า

จากการทดสอบความเร็วในการพิมพ์งานเอกสารของ HP ENVY 110 e-All-in-One นั้น หากเป็นการพิมพ์เอกสารขาวดำจะอยู่ที่ 2 นาที 48 วินาที และ 2 นาที 44 วินาทีสำหรับเอกสารสี ด้วยเอกสารมาตรฐานจำนวน 10 แผ่นตามแบบฉบับของ PCToday ซึ่งให้ความเร็วที่อยู่ในระดับค่อนข้างดี ใช้งานได้ทันใจพอสมควร และคุณภาพการพิมพ์งานเอกสารปกติ ก็จัดอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งสีและขาวดำ ที่ทำการไล่เฉดสีดำไปสีเทา ก็ทำได้ชัดเจนดี ส่วนคุณภาพการพิมพ์ภาพถ่ายขนาด 4 x 6 นิ้วนั้น ถ้าเทียบกับพวกเครื่องพรินเตอร์ HP ตระกูล Photosmart แล้วละก็ สีสันความคมชัด จะสู้ไม่ได้ แต่เท่าที่สังเกตุดูก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยกระดาษพิมพ์ที่ดีที่สุด จะเป็น HP Premium Plus Photo Paper ที่ให้สีสันและรายละเอียดภาพดีที่สุด ส่วนกระดาษ HP Advanced Photo Paper, Shoola Glossy Photo Paper 260G และ Inktec Photo Quality 260G นั้น จะทำออกมาได้ใกล้เคียงกันมาก แทบไม่เห็นถึงความแตกต่างแต่อย่างใด

 

HP Premium Plus Photo Paper

 

HP Advanced Photo Paper

 

Shoola Glossy Photo Paper 260G

 

 Inktec Photo Quality 260G

HP ENVY 110 e-All-in-One จำหน่ายอยู่ที่ราคา 9,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

 

พรินเตอร์ดีไซน์เยี่ยม แข็งแรง ทนทานแน่นอน เหมาะสำหรับวางเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยในสำนักงานหรือโชว์รูมของคุณ คุณภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รองรับการพิมพ์งานไร้สายได้ทุกรูปแบบ และถ้าไม่ติดเรื่องราคาค่าตัวที่สูง ก็จัดไปสักเครื่องได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Performance   Score 8  

  • ความเร็วในการพิมพ์อยู่ในระดับค่อนข้างดี ใช้งานได้ทันใจ
  • พิมพ์รูปภายสีสันอยู่ในระดับดี แม้ว่าจะยังสูงเครื่องพิมพ์ HP ตระกูล Photosmart ไม่ได้ก็ตาม

Feature  Score 9  

  • รองรับ HP ePrint พิมพ์งานได้ทันทีขอแค่มีอินเทอร์เน็ต
  • ฟังก์ชันครบครัน แม้จะไม่มีแฟกซ์ก็ตาม

Design   Score 10  

  • ไม่คิดว่านี่คือ พรินเตอร์ เพราะมันไม่เหมือนเลยจริงๆ  สีขาวสวย โดดเด่นกว่าพรินเตอร์ทุกเครื่องที่มีในตลาดตอนนี้

Best Value  Score 6  

  • ราคาสูงมาก ถ้าเทียบกับพรินเตอร์รุ่นอื่นๆ ทั้งแบรนด์ HP และแบรนด์อื่นๆ

First Impression Score 10  

  • ดีไซน์ที่เห็นแล้วต้องหยุดและเหลียวมามอง

ขอขอบคุณบริษัท เอชพี (ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดส่งสินค้ามาให้ทดสอบ คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hp.com/th

2 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here