ฮันโนเวอร์, สหพันธรัฐเยอรมนี, 25 มกราคม 2555 – CeBIT คืองานแสดงเทคโนโลยีด้านไอซีทีชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเจาะกลุ่มผู้เข้าชมที่หลากหลายตั้งแต่นักธุรกิจและนักวิจัย จนไปถึงหน่วยงานภาครัฐบาลและ ผู้บริหารในภาครัฐบาลอีกด้วย โดยงานครั้งต่อไปที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6-10 มีนาคม 2012 มีประเด็นหลักคือ “การบริหารความเชื่อมั่น” (Managing Trust) จะมีการเน้นเป็นพิเศษในเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในโลกดิจิตอล 

นายเอิร์นซ ราวเออร์ สมาชิกของคณะกรรมการ Deutsche Messe ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดงาน CeBIT กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของข้อมูลในโลกดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องที่ทั้ง ภาครัฐ ภาคธุรกิจหรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปมีความสนใจตรงกัน โดยการบริหารความเชื่อมั่นนั้นหมายถึง กระบวนการในการสร้างความเชื่อมั่นให้เป็นพื้นฐานสำหรับความก้าวหน้าและ การเติบโต โดยที่ระดับความเชื่อมั่น และมั่นใจใน โซลูชั่นและ แอพพลิเคชั่นที่มีการทำตลาดในอุตสาหกรรม ICT ระดับโลกจากผู้ใช้งาน จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วขึ้น ดังนั้นความเชื่อมั่นไม่ได้เป็นปัจจัยรอง แต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นจะต้องรักษาไว้และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างงานแสดงสินค้า งานประชุม  การปาฐกถา และการนัดพบเพื่อเจรจาทางธุรกิจ ทำให้ CeBIT กลายเป็นงานที่มีความสำคัญมากที่สุดงานหนึ่งของโลกสำหรับอุตสาหกรรมไอซีที  และเป็นหนึ่งในงานที่มีผู้สนใจเข้าร่วมงานมากที่สุดจากนานาประเทศทั่วโลก อีกทั้ง CeBIT ยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่ามีส่วนช่วยผลักดันยอดขายทั่วโลก อย่างเช่นในเดือนมีนาคม 2011 ที่ผ่านมา CeBIT ทำให้เกิดการตกลงทางธุรกิจมากกว่า 7 ล้านสัญญาภายในเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วในบรรดาผู้เข้าชมงานในครั้งที่ผ่านๆ มา มีผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) มากกว่า 500 รายจากนานาประเทศทั่วโลก พร้อมกำลังในการซื้อมากกว่า 5 หมื่นล้านยูโร ทำให้ CeBIT ได้รับความสนใจมากขึ้นและมีบทบาทมากขึ้นในการทำตลาดและจุดติดต่อทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่ธุรกิจใหม่สามารถสร้างโอกาสในการพบปะกับลูกค้าทั่วโลกได้อีกด้วย

นอกจากนี้ความน่าสนใจภายในงาน CeBIT เองยังเป็นตัวดึงผู้เข้าร่วมงานจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกด้วยเช่นกัน ในงานที่ผ่านมา (มีนาคม 2011) ได้มีบริษัทเข้ามาร่วมจัดงานมากกว่า 4,200 ราย จาก 70 ประเทศ และสามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานได้กว่า 339,000 คน จาก 110 ชาติ รวมถึงสื่อมวลชนกว่า 5,000 คนจากทั่วทุกมุมโลก

วันที่จัดงาน CeBIT ยังถือว่าวันที่มีความสำคัญทางการเมือง สำหรับการจัดงานที่ผ่านมาจะได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐเยอรมนีมาเปิดงาน ซึ่งปัจจุบันผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก็คือ แองเกล่า แมร์เคิล(Angela Merkel) ในขณะเดียวกันตัวแทนจากสหภาพยุโรปและผู้มีตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงจากเยอรมนีและอีกหลายๆ ประเทศ ก็ถือโอกาสใช้เวทีงาน CeBIT แถลงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไอซีทีไปด้วยในตัว โดยในแต่ละปีประเทศพันธมิตรร่วมจัดงานจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐบาลมาร่วมงาน ซึ่งในปีที่ผ่านๆ มา CeBIT ได้เป็นเจ้าภาพจัดการตอบรับแขกผู้มีเกียรติ ณ เมืองฮันโนเวอร์มากมาย เช่น นิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy)ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส, อาร์โนลด์ ชวาลเซเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย, โฮเซ หลุยส์ โรดริเกซ ซาปาเตโร (Jose Luis Rodriguez Zapatero) ประธานาธิบดีของประเทศสเปน รวมถึง เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน (Recep Tayyip Erdoğan) นายกรัฐมนตรีของประเทศตุรกีด้วย

สำหรับพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ CeBIT 2012 จะได้แก่ ประเทศบราซิล ซึ่งประธานาธิบดีของบราซิลคือ ดิลมา รอสส์เซฟฟ์ (Dilma Rousseff) ซึ่งคาดว่าน่าจะมาเป็นผู้ร่วมงานในครั้งนี้ โดยที่ผ่านมาประเทศพันธมิตรทั้งหลายของ CeBIT จะมีทั้ง ประเทศตุรกี (2011), ประเทศสเปน (2010), รัฐแคลิฟอร์เนีย (2009 เป็นรัฐพันธมิตร), ประเทศฝรั่งเศส (2008) และประเทศรัสเซีย (2007)

ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา CeBIT ได้จัดงานบนพื้นที่ 4 ส่วนแยกออกจากกัน ซึ่งแบ่งตามกลุ่มความสนใจของผู้เข้าชมงาน ในส่วนของ CeBIT pro จะเป็นการจัดแสดงแอพพลิเคชันด้าน ICT ระดับมืออาชีพเพื่อนำไปใช้งานในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นส่วนหลักๆ ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ในขณะที่ CeBIT gov จะเป็นการนำเสนอข้อมูลด้านการตัดสินใจของหน่วยงานของภาครัฐ รวมถึงการเป็นจัดแสดงโซลูชันสำหรับการบริหารจัดการของรัฐบาลทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ระดับชาติ รวมไปถึงสหภาพยุโรปด้วย ส่วนแอพลิเคชันสำหรับสถาบันด้านสุขภาพจัดให้อยู่ในส่วนดังกล่าวเช่นเดียวกัน มาถึงส่วน CeBIT lab จะเป็นบริเวณงานที่จัดแสดงอนาคตของอุตสาหกรรมด้าน ICT ซึ่งในส่วนนี้จะมีการนำเอาข้อมูลการพัฒนาด้านต่างๆ จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ มาจัดแสดง และส่วนสุดท้ายคือ CeBIT life ซึ่งเน้นไปที่โซลูชันสำหรับตลาดผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งที่นี่ทั้งคนในสายอาชีพ ICT และผู้บริโภคทั่วไปต่างให้ความสนใจในเทคโนโลยีดิจิตอลสมัยใหม่ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของเราในอนาคตอันใกล้นี้

นอกจากนี้ส่วนที่น่าสนใจของ CeBIT อีกส่วนนั่นคือก็คือ ส่วนของการประชุมที่รู้จักกันในชื่อ CeBIT Global Conferences โดยในปี 2011 ได้มีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมเป็นวิทยากรมากกว่า 50 ท่าน จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก อันเป็นเวทีแสดงแนวทางวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงตัวแทนจากสหภาพยุโรปอย่าง นีลี่ โครส (Neelie Kroes), อลัน มูลัลลี (Alan Mulally) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฟอร์ด, แกรี่ โคเวคส์ (Gary Kovacs) เจ้าแห่งโมซิลล่า (Mozilla), มูลี่ อีเดน(Mooly Eden) จากบริษัทอินเทล (Intel) และบล็อกเกอร์จากสหรัฐฯ ชื่อดัง คริส พิริลโล (Chris Pirillo) อีกด้วย

CeBIT จะมีการจัดงานขึ้นที่เมืองฮันโนเวอร์เป็นประจำทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่ปี 1986 โดยเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งภายในงาน Hannover Messe ที่มีชื่อว่า Center for Office Automation, Information Technology and Telecommunications เท่านั้น หลังจากนั้นจึงจัดเป็นงานเดี่ยวแยกออกมา (นั่นคือเหตุผลว่าทำไมงานนี้จึงมีชื่อว่า CeBIT นั่นเพราะว่าในภาษาเยอรมันคำว่า “Office” จะใช้คำว่า “Büro”) ไม่กี่ปีให้หลัง CeBIT กลายเป็นงานจัดแสดงด้าน ICT ระดับโลกที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจในโลกดิจิตอลอย่างมาก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here