สรุปเทคโนโลยีอินเทลในปี 2554 พร้อมทิศทางตลาดและเทคโนโลยีในปี 2555

          19 ธันวาคม 2554 – ในช่วงใกล้สิ้นปี 2554 เป็นช่วงเวลาที่ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่วงการไอทีจะมาคาดการณ์ถึงเทรนด์ของเทคโนโลยีในปีหน้าที่น่าจับตามอง จัสติน แรทเนอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอินเทล กล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญมาก ซึ่งเทคโนโลยีมิได้ถูกกำหนดด้วยขอบเขตอีกต่อไป แต่สิ่งที่เป็นตัวแปรแท้จริงนั้นคือจินตนาการของเราเอง” 

          ตั้งแต่ข้อมูลขนาดใหญ่ไปจนถึงการนำเทคนิค “เกมมิฟิเคชั่น” (gamification) การประยุกต์เทคโนโลยีจากเกม และ “สกรีนนิฟิเคชั่น” (screenification) หรือเทคโนโลยีที่แสดงผลในรูปแบบหน้าจอ  ไปจนถึงระบบป้องกันความปลอดภัยของคลาวด์ อินเทลและบรรดาผู้นำในอุตสาหกรรม พร้อมด้วยกูรูด้านเทคโนโลยีจะมาร่วมคาดการณ์ถึงเทรนด์ที่จะกลายมาเป็นพาดหัวข่าวในปี 2555 และจินตนาการถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้เราได้ทราบกัน

ความต้องการระบบประมวลผลที่ปลอดภัยและการเชื่อมต่อที่โตขึ้นแบบเท่าตัว

         “เรามองว่าปี 2555 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยังคงมีการผลักดันเทคโนโลยีที่ช่วยในการเชื่อมต่อแบบอัจฉริยะ จากการที่การเชื่อมต่อขยายตัวอย่างมากระบบอัจฉริยะจึงต้องอาศัยประสิทธิภาพระดับสูงเพื่อให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราได้” ธอน สตีนแมน รองประธานและกรรมการผู้จัดการ อินเทลลิเจ้น ซิสเต็มส์ กรุ๊ป อินเทล คอร์ปอเรชั่น

          “อินเทอร์เน็ตจะยังคงได้รับความนิยมต่อไป และมีช่องทางที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นเรื่อยๆ การใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือจะเติบโตอย่างท่วมท้น เราเชื่อว่าการมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปถึงระบบคลาวด์ให้กับผู้บริโภคคือกุญแจสำคัญที่จะสร้างสัมพันธ์ภาพอันดีระหว่างผู้บริโภค และอุปกรณ์ที่เขาเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนที่ยังดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน บริษัทหลายแห่งต้องบริหารงานอย่างเต็มกำลังเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ ต่างมีการคาดหวังกันอย่างสูงว่าการเปิดตัว วินโดว์ส 8* ที่จะมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นตัวใหม่และประสบการณ์ในรูปแบบหน้าจอสัมผัส จะมีส่วนช่วยเติมเต็มความคาดหวังต่อประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นหลายล้านชิ้นที่ผู้คนชื่นชอบและต้องการดักส์ เดวิส รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊กและแท็บเบล็ต อินเทล คอร์ปอเรชั่น

          “สิ่งที่องค์กรทุกขนาด ในทุกภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ คือ ระบบรักษาความปลอดภัยที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่อการประมวลผลในรูปแบบต่างๆและจะกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปี พ.ศ. 2555 นี้เรนเน่ เจมส์ รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มซอฟต์แวร์และเซอร์วิส อินเทล               คอร์ปอเรชั่น

พลังแห่งการสร้างสรรค์ พร้อมจอภาพ เพื่อการประมวลผลรูปแบบใหม่

ปี 2555 นี้ถือเป็นปีที่ผู้บริโภคต้องการทำให้สิ่งของต่างๆกลายเป็นเมนสตรีม เราสามารถพูดถึงการใช้ ‘Etsy-ifcation’ หรือ นำเทคนิคดีไอวายมาเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน มากกว่าเน้นการประยุกต์เทคโนโลยีจากเกม (gamefication) มาใช้เพียงอย่างเดียวเจเนวีฟ เบล นักมานุษยวิทยาด้านวัฒนธรรม และผู้อำนวยการฝ่าย อินเตอร์แอ๊คชั่น แอนด์ เอ๊กซ์พีเรียนซ์ รีเสิร์ช อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 “ในปี 2555 เทคนิค สกรีนิฟิเคชั่น’ (screenification) ยังคงถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันการเลือกคอมพิวเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเครื่องอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงหน้าจอด้วย ต่อไปนี้จะมีคอมพิวเตอร์รูปแบบและดีไซน์ต่างๆเพิ่มขึ้น พร้อมกับตัวเลือกของหน้าจอที่มีความหลากหลายเพื่อให้เราได้เลือกคอมพิวเตอร์ที่สามารถตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด นับจากนี้ต่อไปมุมมองของเราต่อสมาร์ทโฟน แท็บเบล็ต หรือ อัลตร้าบุ๊ค™ จะไม่เป็นเพียงแค่อุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ยังมองที่หน้าจออันสวยหรูที่ผนวกเข้ากับชีวิตของเราได้อย่างลงตัวไบรอัน เดวิด จอนห์สัน อินเทล คอร์ปอเรชั่น

ข้อมูลขนาดใหญ่ ใหญ่ขึ้น สู่ออนไลน์ และเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม

ปี 2555นี้มีข้อมูลขนาดใหญ่ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกแห่ง ไม่ว่าจะผ่านตัวบุคคลหรือเครื่องคอมพิวเตอร์  อินเทล ได้มอบโอกาสในการสร้างข้อมูลผ่านอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้กว่าพันล้านเครื่อง พร้อมประเมิน จัดเก็บ เคลื่อนย้าย สื่อสาร รวมถึงแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาชีวิตของผู้คนกว่าพันล้านคนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ เคริก์ สกอร์เกิน, รองประธานและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และสตอเรจ อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

“เทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปีหน้าคงหนีไม่พ้นการเป็นผู้สร้างคอนเท้นท์และการเล่าเรื่องผ่านแบรนด์ผ่านสื่ออออนไลน์.” เบ็คกี้ บราวน์, ผู้อำนวยการฝ่ายโซเชียลมิเดีย เซ็นเตอร์ออฟ เอ็กเซลเลนซ์ อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

“อิทธิพลของสื่อออนไลน์ การเสิร์ช และการสร้างสังคมออนไลน์จะเป็นแนวทางการตลาดที่จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปี 2555 คลัตเตอร์จะลดลงไปกว่าร้อยละ 50 คอนเท้นท์จะได้รับการอัพเดทเป็นรายนาทีแทนแบบรายวัน และผู้บริโภคจะเสิร์ช หรือ เบราซ์หาคอนเท้นท์ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นเดบอราห์ คอนราด ผู้บริหารฝ่ายการตลาด อินเทล คอร์ปอเรชั่น

ต่อยอดนวัตกรรม ด้วยเทคโนโลยรการผลิตแบบ 3 มิติ

 “ปี 2555 จะเป็นปีที่ทรานซิสเตอร์ Tri-Gate 3  มิติ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 22  นาโนเมตรจะนำเสนอในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อผสานประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยลดการใช้พลังงานอย่างดีเยี่ยมมาร์ค บอร์ ผู้บริหารอาวุโส อินเทลคอร์ปอเรชั่น


สรุปเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของอินเทล 

1)      พลังงานเริ่มทวีความสำคัญมากขึ้น

อินเทล ตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงานและมุ่งมั่นที่จะลดการใช้พลังงานในผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาตลอด อินเทล คาดว่าสถาปัตยกรรมไมโครอาคิเทคเจอร์รุ่นต่อไปที่อินเทลเตรียมเปิดตัวในปี 2556 โดยใช้ชื่อรหัสว่า “แฮสเวลล์”  (Haswell) จะช่วยลดการใช้พลังงานมากกว่าเทคโนโลยีปัจจุบันได้มากกว่า 20 เท่าในช่วงที่เครื่องคอมพิวเตอร์เปิดไว้แต่ไม่ได้ใช้งาน “แฮสเวล” เป็นชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 22 นาโนเมตร โดยใช้ทรานซิสเตอร์แบบ Tri-Gate 3 มิติ และจะเป็นหัวใจสำคัญของอัลตร้าบุ๊ก™ รวมถึงแพลตฟอร์มพีซีรุ่นอื่นๆ ต่อไป  โดยจะทำให้อัลตร้าบุ๊ก™ สามารถสแตนด์บายการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานกว่า 10 วัน

2)      การเติบโตของอุปกรณ์เพื่อการประมวลผล

เมื่ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตมีจำนวนเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ทุกชนิดที่เราใช้กันอยู่ต่างก็มีวิวัฒนาการมาจากอุปกรณ์ที่ใช้เพียงเพื่อการสื่อสาร (static systems) มาเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ต้องใช้พลังจากไมโครโปรเซสเซอร์  โทรศัพท์มือถือซึ่งเดิมเคยเป็นเพียงแค่อุปกรณ์สื่อสาร ปัจจุบันกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่เราใช้เพื่อเข้าอินเทอร์เน็ต โหลดเพลงมาฟัง และดูหนัง  สำหรับอินเทลแล้ว นอกจากจะเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มียอดจำหน่ายพีซีมากถึง 1 ล้านเครื่องต่อวันแล้ว อินเทลยังเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านการประมวลผลสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะมากมาย เช่น อุปกรณ์เอ็มเบ็ดเด็ด แท็บเบล็ต เน็ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟน เป็นต้น  และยิ่งอุปกรณ์เพื่อการประมวลผลเติบโตขึ้นเท่าไร ระบบรักษาความปลอดภัยก็จะทวีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

  • ระบบรักษาความปลอดภัย:  โซลูชั่นที่ใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยสำหรับพีซีเพียงอย่างเดียวในปัจจุบัน เริ่มไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วสำหรับอนาคต เนื่องจากข้อมูลที่ถูกส่งผ่านสมาร์ทโฟน             แท็บเบล็ต หรือแม้แต่อุปกรณ์ภายในรถยนต์จะเริ่มมีมากขึ้น  จากผลสำรวจพบว่ามัลแวร์ที่โจมตีสมาร์ทโฟนและแท็บเบล็ตมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 250[1] ทำให้โซลูชั่นในอนาคตจำเป็นต้องรองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายชนิด และต้องมีฟุตพรินท์ของหน่วยความจำที่เล็กลงสำหรับอุปกรณ์โมบายล์ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา  อินเทลได้ร่วมมือกับแมคอาฟี พัฒนาโซลูชั่นสำหรับฮารด์แวร์และซอฟต์แวร์ที่ต่อยอดคุณสมบัติที่แมคอาฟีกำลังพัฒนาเพื่อใช้ในอุปกรณ์โมบายล์ยุคใหม่ ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือดังกล่าว คือ แพลตฟอร์มเทคโนโลยี McAfee DeepSAFE ที่ดึงความสามารถระดับฮารด์แวร์ใน อินเทล™ คอร์ ไอ3 ไอ5 และ ไอ7 โปรเซสเซอร์ มาใช้ได้
  • เอ็มเบ็ดเด็ด: ไอดีซี เปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดเอ็มเบ็ดเด็ดจากเดิมที่นิยมอุปกรณ์ชนิด fixed function และ isolated embedded systems มาเป็นอุปกรณ์กลุ่มใหม่ที่มีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ จากรายงานของไอดีซีระบุว่า[2] ตลาดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ระบบอัจฉริยะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยมียอดขายไปแล้วกว่า 1,800 ล้านชิ้น และสามารถสร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทในปัจจุบัน อินเทลได้ผลักดันการผลัดเปลี่ยนเทคโนโลยีผ่านตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ นับตั้งแต่ ดาต้าเซ็นเตอร์ สตอเรจ และธุรกิจอัจฉริยะ เป็นต้น  การเชื่อมต่อ ระบบรักษาความปลอดภัย และการบริหารจัดการ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับแพลตฟอร์มที่พร้อมให้บริการซึ่งใช้มากในระบบอัจฉริยะสำหรับตลาดอุปกรณ์สื่อสาร เฮลธ์แคร์ และคมนาคม
  • แท็บเบล็ต และเน็ตบุ๊ก: อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z670 ซึ่งเดิมใช้ชื่อรหัสว่า “โอ๊คเทรล” (Oak Trail) เป็นโปรเซสเซอร์ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้กับแท็บเบล็ต ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ ใช้พลังงานน้อยลง ความร้อนน้อยลง ใช้กับระบบปฏิบัติการได้หลายชนิด รวมถึงแอนดรอยด์* ของกูเกิล และวินโดวส์*ของไมโครซอฟท์  ส่วนแพลตฟอร์มรุ่นถัดไปสำหรับเน็ตบุ๊ก  คือ  อินเทล อะตอม  ซึ่งมีชื่อรหัสว่า  “ซีดาร์ เทรล” (Cedar Trail) ซึ่งเป็นโซลูชั่นทางเลือกสำหรับเน็ตบุ๊กเจนเนอเรชั่นถัดไปที่มีเครื่องเดินเงียบ เย็น ไม่ต้องใช้พัดลม ตัวเครื่องบางเบาและทันสมัย รวมถึงเดสก์ท้อปสำหรับผู้ใช้เริ่มต้น และอุปกรณ์ที่มีดีไซน์แบบออล-อิน-วัน  นับตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน อินเทลได้จัดส่งโปรเซสเซอร์สำหรับเน็ตบุ๊กให้แก่ผู้ผลิตไปแล้วมากกว่า 100 ล้านตัว
  • สมาร์ทโฟน:  อินเทลมีพัฒนาการที่โดดเด่นสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโมบายล์ผ่านเทคโนโลยีซิลิกอน ซอฟต์แวร์ และระบบเชื่อมต่อ นอกจากนี้ อินเทลและกูเกิลยังได้ทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมใช้ประโยชน์จากการเปิดตัวของแพลตฟอร์มแอนดรอยด์™อย่างเต็มที่เพื่อใช้งานร่วมกับชิปอินเทลในตระกูลของอะตอม โปรเซสเซอร์ ซึ่งกินไฟต่ำ   ความร่วมมือดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลักดันให้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ใช้เทคโนโลยีอินเทลและทำงานบนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ จากทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างอินเทลและลูกค้าเพื่อพัฒนาโทรศัพท์มือถือทีใช้สถาปัตยกรรมอินเทล    ทำให้ “เมดฟิลด์”  (Medfield)   ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้งานของสถาปัตยกรรมอินเทล x86 ไปใช้กับโซลูชั่นที่กินไฟต่ำสำหรับตลาดสมาร์ทโฟน เข้าสู่กระบวนการผลิตได้ในปีนี้ และเตรียมที่จะเปิดตัวดีไซน์แรกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2555

3)      ประดิษฐกรรมใหม่สำหรับทรานซิสเตอร์: อินเทล ทรานซิสเตอร์ Tri-Gate 3 มิติ

หลังจากประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์จากซิลิกอนเมื่อ 50 ปีก่อน นับเป็นครั้งแรกที่อินเทลสามารถผลิตทรานซิสเตอร์โดยใช้โครงสร้างสามมิติ   และสามารถผลิตได้ในปริมาณมากเพื่อป้อนสู่ตลาด   ในเดือนพฤษภาคม   2554   อินเทลได้เปิดเผยถึงนวัตกรรมอันล้ำสมัย คือ ทรานซิสเตอร์ Tri-Gate 3 มิติ ซึ่งช่วยตอกย้ำถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน และพิสูจน์ว่า “กฎของมัวร์” ยังคงเป็นจริงต่อไป ทรานซิสเตอร์ Tri-Gate 3 มิติ เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวของประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้พลังงานที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับอุปกรณ์ในอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 22 นาโนเมตร นับตั้งแต่อุปกรณ์มือถือขนาดเล็กที่สุด ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงที่ใช้เทคโนโลยีคลาวด์  สถาปัตยกรรมไมโครอาคิเทคเจอร์รุ่นแรกที่จะใช้ประโยชน์จากทรานซิสเตอร์ที่ล้ำสมัยนี้ คือ อินเทล™ คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอร์เรชั่น 3 ที่มีชื่อรหัสว่า ไอวี่ บริดจ์(Ivy Bridge) ซึ่งจะเป็นขุมพลังให้กับอัลตร้าบุ๊ก™           รุ่นถัดไป รวมถึงพีซีทั่วโลก โดยมีกำหนดเปิดตัวภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2555

4)      อัลตร้าบุ๊กThe Next Big Thing?

ในโลกของอุปกรณ์โมบายล์ ความบาง คือสิ่งที่มาแรงที่สุด  เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อินเทลได้ แนะนำอุปกรณ์กลุ่มใหม่ซึ่งมีชื่อว่า อัลตร้าบุ๊ก™ ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการเทคโนโลยีถึง อนาคตของโมบายล์คอมพิวติ้ง  โดยอินเทลคาดว่า อุปกรณ์อัลตร้าบุ๊กจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโมบายล์คอมพิวตื้ง เช่นเดียวกับที่   อินเทล เซนทริโน โมบายล์ เทคโนโลยี เคยสร้างความนิยมให้ให้กับแล็ปท้อปที่รองรับสัญญาณ  WIFI ได้มาแล้ว  อัลตร้าบุ๊กแบ่งพัฒนาการออกเป็น 3 ระยะในช่วงเวลา 3 ปี โดยในแต่ละระยะจะมีการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษ เช่น ระบบสัมผัสมือ อายุการใช้งานแบตเตอรรี่ที่ยาวนานขึ้น พร้อมดีไซน์ที่บางขึ้น เพื่อนำเสนอประสบการณ์ในการประมวลผลที่สมบูรณ์และตอบสนองความต้องการได้ดีที่สุด ระบบของอัตร้าบุ๊กรุ่นแรกจะเน้นการตอบสนองที่รวดเร็วและดีไซน์ที่บางเฉียบ ซึ่งมาพร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น พ่วงด้วยคุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าเดิม โดยมีราคาที่หลากหลายและต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ  เอเซอร์ กรุ๊ป* เอซุสเทค*  เลอโนโว กรุ๊ป* และ โตชิบา คอร์ป* เป็น 4 บริษัทแรกที่เปิดตัวและจัดส่ง            อัลตร้าบุ๊กออกสู่ตลาดแล้วในปีนี้ และคาดว่าอีกหลายบริษัทจะทยอยเปิดตัวอัลตร้าบุ๊กในปี 2555

5)      ข้อมูลขนาดใหญ่ + คลาวด์ คอมพิวติ้ง = ธุรกิจขนาดใหญ่

ในขณะที่คลาวด์คอมพิวติ้งกำลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเมื่อปีที่แล้ว   ในปี 2554  ถือเป็นปีที่คลาวด์คอมพิวติ้ง และ “ข้อมูลขนาดใหญ่” กลายเป็น ธุรกิจขนาดใหญ่ จากผลสำรวจของซิสโก้[3], ข้อมูลจำนวน 345 quintillion ไบต์ ได้มีการสังเคราะห์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ในปี 2553 มากกว่าปีอื่นๆ รวมกัน  มีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์การแพร่กระจายข้อมูลจำนวนมากจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัททุกแห่งและผู้บริโภคทั่วไปต้องเตรียมหาวิธีการในการเก็บรักษา จัดการ และเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

6)      เอเชิย คือ ฐานการดำเนินธุรกิจสำหรับกระบวนการผลิตและออกแบบของอินเทลทั่วโลก

เอเชีย คือ ฐานการดำเนินธุรกิจของอินเทลในด้านการออกแบบและการผลิตที่สำคัญ โดยมีพนักงานกว่า 18,000 คนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อรองรับการผลิตในปริมาณมาก อีกทั้งยังร่นระยะเวลาในการทำงานของระบบซัพพลายเชนให้กับการผลิตทั่วโลกของอินเทลได้ถึงร้อยละ 40 ตั้งแต่ปี 2552- 2553 นอกจากนี้ในส่วนของการพัฒนาในด้านอื่นๆ ประกอบด้วย การลดระยะเวลาของการผลิตสำหรับในส่วนของการก่อสร้าง (ร้อยละ 15)  ลดระยะเวลาในการติดตั้งอุปกรณ์ในโรงงานผลิต (ร้อยละ 31)  และลดระยะเวลาในการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อการประกอบและทดสอบ  (ร้อยละ 27)  โมเดลของอินเทลที่บูรณการขั้นตอนการดีไซน์เข้ากับกระบวนการผลิต จะนำไปสู่กลยุทธ์เพื่อผลักดันการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป ยกตัวอย่างเช่น the agile model ช่วยให้การผลิตอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20    ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2553 และ ไตรมาสแรกของปี 2554 ส่งผลให้ยอดความต้องการมีปริมาณมากกว่าที่        อินเทลคาดการณ์ไว้

7)      40 ปี กับไมโครโปรเซสเซอร์เครื่องแรก

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นวันฉลองครบรอบ 40 ปีของการเปิดตัวอินเทล™ 4004 ไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นแรกของโลกออกสู่ตลาด  ในช่วงเวลานั้นไม่มีนักประดิษฐ์คนไหนหรือแม้แต่อินเทลที่คาดการณ์ได้ว่า สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้จะสร้างมูลค่าให้แก่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกว่า 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญสหรัฐ  ทุกวันนี้ ไมโครโปรเซสเซอร์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนวัตกรรมหลายพันชิ้นที่ถูกสร้างขึ้น นับตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงเครื่องเอทีเอ็ม ยานอวกาศ ซี่โครงเทียม และแผงควบคุมรถยนต์อัตโนมัติ เป็นต้น  หากดูภาพรวมตลาดโลกเฉพาะแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็มีมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเข้าไปแล้ว

ผู้บริหารจากอินเทล (จากซ้ายไปขวา) นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ นางดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด  และนายสนธิญา หนูจีนเส้ง ผู้จัดการฝ่ายขาย ตัดเค็กฉลองครบรอบ 40 ปี ไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นแรกของโลก 

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย)  

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวสรุปถึงเทคโนโลยีของอินเทลในปี 2554 และแถลงทิศทางการตลาดและเทคโนโลยีในปี 2555

เทรนด์ใหม่ในปี 2555

 

19 ธันวาคม 2554 – ในช่วงใกล้สิ้นปี 2554 เป็นช่วงเวลาที่ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่วงการไอทีจะมาคาดการณ์ถึงเทรนด์ของเทคโนโลยีในปีหน้าที่น่าจับตามอง

 

จัสติน แรทเนอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอินเทล กล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญมาก ซึ่งเทคโนโลยีมิได้ถูกกำหนดด้วยขอบเขตอีกต่อไป แต่สิ่งที่เป็นตัวแปรแท้จริงนั้นคือจินตนาการของเราเอง”

 

ตั้งแต่ข้อมูลขนาดใหญ่ไปจนถึงการนำเทคนิค “เกมมิฟิเคชั่น” (gamification) การประยุกต์เทคโนโลยีจากเกม และ “สกรีนนิฟิเคชั่น” (screenification) หรือเทคโนโลยีที่แสดงผลในรูปแบบหน้าจอ  ไปจนถึงระบบป้องกันความปลอดภัยของคลาวด์ อินเทลและบรรดาผู้นำในอุตสาหกรรม พร้อมด้วยกูรูด้านเทคโนโลยีจะมาร่วมคาดการณ์ถึงเทรนด์ที่จะกลายมาเป็นพาดหัวข่าวในปี 2555 และจินตนาการถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้เราได้ทราบกัน

 

ความต้องการระบบประมวลผลที่ปลอดภัยและการเชื่อมต่อที่โตขึ้นแบบเท่าตัว

“เรามองว่าปี 2555 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยังคงมีการผลักดันเทคโนโลยีที่ช่วยในการเชื่อมต่อแบบอัจฉริยะ จากการที่การเชื่อมต่อขยายตัวอย่างมากระบบอัจฉริยะจึงต้องอาศัยประสิทธิภาพระดับสูงเพื่อให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราได้” ธอน สตีนแมน รองประธานและกรรมการผู้จัดการ อินเทลลิเจ้น ซิสเต็มส์ กรุ๊ป อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

“อินเทอร์เน็ตจะยังคงได้รับความนิยมต่อไป และมีช่องทางที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นเรื่อยๆ การใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือจะเติบโตอย่างท่วมท้น เราเชื่อว่าการมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปถึงระบบคลาวด์ให้กับผู้บริโภคคือกุญแจสำคัญที่จะสร้างสัมพันธ์ภาพอันดีระหว่างผู้บริโภค และอุปกรณ์ที่เขาเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนที่ยังดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน บริษัทหลายแห่งต้องบริหารงานอย่างเต็มกำลังเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ ต่างมีการคาดหวังกันอย่างสูงว่าการเปิดตัว วินโดว์ส 8* ที่จะมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นตัวใหม่และประสบการณ์ในรูปแบบหน้าจอสัมผัส จะมีส่วนช่วยเติมเต็มความคาดหวังต่อประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นหลายล้านชิ้นที่ผู้คนชื่นชอบและต้องการดักส์ เดวิส รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊กและแท็บเบล็ต อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

 

“สิ่งที่องค์กรทุกขนาด ในทุกภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ คือ ระบบรักษาความปลอดภัยที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่อการประมวลผลในรูปแบบต่างๆและจะกลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปี พ.ศ. 2555 นี้เรนเน่ เจมส์ รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มซอฟต์แวร์และเซอร์วิส อินเทล               คอร์ปอเรชั่น

 

พลังแห่งการสร้างสรรค์ พร้อมจอภาพ เพื่อการประมวลผลรูปแบบใหม่

ปี 2555 นี้ถือเป็นปีที่ผู้บริโภคต้องการทำให้สิ่งของต่างๆกลายเป็นเมนสตรีม เราสามารถพูดถึงการใช้ ‘Etsy-ifcation’ หรือ นำเทคนิคดีไอวายมาเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน มากกว่าเน้นการประยุกต์เทคโนโลยีจากเกม (gamefication) มาใช้เพียงอย่างเดียวเจเนวีฟ เบล นักมานุษยวิทยาด้านวัฒนธรรม และผู้อำนวยการฝ่าย อินเตอร์แอ๊คชั่น แอนด์ เอ๊กซ์พีเรียนซ์ รีเสิร์ช อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

 “ในปี 2555 เทคนิค สกรีนิฟิเคชั่น’ (screenification) ยังคงถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันการเลือกคอมพิวเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเครื่องอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงหน้าจอด้วย ต่อไปนี้จะมีคอมพิวเตอร์รูปแบบและดีไซน์ต่างๆเพิ่มขึ้น พร้อมกับตัวเลือกของหน้าจอที่มีความหลากหลายเพื่อให้เราได้เลือกคอมพิวเตอร์ที่สามารถตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด นับจากนี้ต่อไปมุมมองของเราต่อสมาร์ทโฟน แท็บเบล็ต หรือ อัลตร้าบุ๊ค™ จะไม่เป็นเพียงแค่อุปกรณ์เฉพาะทาง แต่ยังมองที่หน้าจออันสวยหรูที่ผนวกเข้ากับชีวิตของเราได้อย่างลงตัวไบรอัน เดวิด จอนห์สัน อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

ข้อมูลขนาดใหญ่ ใหญ่ขึ้น สู่ออนไลน์ และเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม

ปี 2555นี้มีข้อมูลขนาดใหญ่ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกแห่ง ไม่ว่าจะผ่านตัวบุคคลหรือเครื่องคอมพิวเตอร์  อินเทล ได้มอบโอกาสในการสร้างข้อมูลผ่านอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้กว่าพันล้านเครื่อง พร้อมประเมิน จัดเก็บ เคลื่อนย้าย สื่อสาร รวมถึงแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาชีวิตของผู้คนกว่าพันล้านคนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ เคริก์ สกอร์เกิน, รองประธานและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และสตอเรจ อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

“เทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปีหน้าคงหนีไม่พ้นการเป็นผู้สร้างคอนเท้นท์และการเล่าเรื่องผ่านแบรนด์ผ่านสื่ออออนไลน์.” เบ็คกี้ บราวน์, ผู้อำนวยการฝ่ายโซเชียลมิเดีย เซ็นเตอร์ออฟ เอ็กเซลเลนซ์ อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

“อิทธิพลของสื่อออนไลน์ การเสิร์ช และการสร้างสังคมออนไลน์จะเป็นแนวทางการตลาดที่จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปี 2555 คลัตเตอร์จะลดลงไปกว่าร้อยละ 50 คอนเท้นท์จะได้รับการอัพเดทเป็นรายนาทีแทนแบบรายวัน และผู้บริโภคจะเสิร์ช หรือ เบราซ์หาคอนเท้นท์ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นเดบอราห์ คอนราด ผู้บริหารฝ่ายการตลาด อินเทล คอร์ปอเรชั่น

 

ต่อยอดนวัตกรรม ด้วยเทคโนโลยรการผลิตแบบ 3 มิติ

 

“ปี 2555 จะเป็นปีที่ทรานซิสเตอร์ Tri-Gate 3  มิติ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 22  นาโนเมตรจะนำเสนอในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อผสานประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยลดการใช้พลังงานอย่างดีเยี่ยมมาร์ค บอร์ ผู้บริหารอาวุโส อินเทลคอร์ปอเรชั่น

Recent Articles

Related Stories

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here