ASUS Technical Media Seminar 2011
เตรียมพร้อมรับประสบการณ์ใหม่บนแพลตฟอร์ม X79

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ทางทีมงานพีซีทูเดย์ได้มีโอกาสรับเชิญเข้าร่วมงาน  ASUS Technical Media Seminar 2011 งานสัมมนาอัพเดจเทคโนโลยีจากทางเอซุส ให้กับสื่อต่างๆ ในแถมเอเชียแปซิฟิก (รวมถึงประเทศไทย) ณ ประเทศสิงค์โปรนู่น โดยภายในงานสัมมนาเอซุสได้เปิดตัวเมนบอร์ดบนแพลตฟอร์มใหม่ ในตระกูล X79 ที่ออกมารองรับกับ ซีพียูใหม่จากอินเทลที่กำลังจะออกมาให้ยลโฉมกันในเร็วๆ นี้เช่นกัน

ซึ่งสำหรับเมนบอร์ดใหม่ที่จะออกมา เอซุสยังคงแบ่งการตลาดเป็น 3 กลุ่มหลักๆ เหมือนเช่นเคย ไล่จากฮาร์ดคอร์ร์สุดๆ  กับเมนบอร์ดในกลุ่ม ROG หรือ Republic Of Gamers  ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานในแบบ Extreme Overclock จัดหนักจัดเต็มเน้นๆ ตามมาด้วยกลุ่มที่เน้นความอึดถึงทนไม่มีร้อนกับกลุ่ม TUF หรือที่รู้จักกันในนามของ SABERTOOTH และปิดท้ายด้วยกลุ่มของ Mainstream & Value เมนบอร์ดที่เน้นประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ซึ่งรหัสของเมนบอร์ดกลุ่มนี้จะลงท้ายด้วย Deluxe, EVO, Pro,หรือ Turbo เป็นต้น ซึ่งในแต่ละกลุ่มจะมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ผมได้แยกออกเป็นกลุ่มแล้วตามนี้

ROG จัดหนักจัดฮาร์ดคอร์ตัวจริง

เริ่มกันที่กลุ่มแรกกับเมนบอร์ดในกลุ่ม ROG หรือ Republic Of Gamers โดยเอซุสได้นำเมนบอร์ด ASUS RAMPAGE IV EXTREME ที่เรียกได้ว่าจัดมาหนักที่สุดแล้วในตระกูล ROG ออกมาให้ยลโฉมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งมีฟีเจอร์หลายอย่างมากมากที่เอามาให้ชมกัน เริ่มแรกที่จะเห็นเด่นชัดที่สุดในเมนบอร์ดนั่นก็คือ PCI-Express 3.0 ที่เมนบอร์ดรุ่นนี้จัดมาให้ถึง 5 สล็อต รองรับ 4Ways SLI/CrossfireX ได้ โดยในสล๊อตแรกจะทำงานที่ความเร็ว 16x เสมอ ส่วนสล๊อตที่ 2, 4 และ 5 นั้นจะมีความเร็วที่แปรผันตามลักษณะการใช้งาน โดยหากเป็น 4Ways SLIความเร็วในการเชื่อมต่อจะเป็นแบบ 16x + 8x + 8x +8x หรือหากเป็น 2Ways SLI ความเร็วในการเชื่อมต่อจะเป็นแบบ 16x + 8x +16x จากสล๊อตที่ 1, 2 และ 4 ตามลำดับ ซึ่งทางเอซุสยังได้ใส่ Pci-e x16 Switch มาให้อีกหนึ่งตัวด้านหลังสำหรับสั่งปิด-เปิดการทำงานของแต่ละสล็อต เพื่อเปลี่ยนการ์ดในระหว่างที่เปิดเครื่องอยู่ได้ด้วย

ถัดมาในส่วนของซ็อคเก็ตซีพียู อย่างที่เราทราบ ซีพียูใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวนี้ จะมาในซ็อคเก็ตแบบ LGA2011 รูปแบบใหม่ที่ มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถใช้ได้กับชุดระบายความร้อนเดิมที่ใช้ๆ กันอยู่อย่างแน่นอน เอซุสเองก็ใส่ใจในเรื่องนี้ กลัวว่าบางคนที่เคยซื้อชุดระบายความร้อนดีๆ ไว้ จะเสียเปล่าไม่ได้ใช้ เลยออกแบบตัวซ็อคเก็ตใหม่ เรียกว่า “X-Socket” ที่มีแผ่น Back Plate สำหรับยึดซ็อคเก็ตสองชุด โดยชุดหนึ่ง ไว้สำหรับอุปกรณ์ระบายความร้อนแบบใหม่บนแพลตฟอร์ม LGA2011 และ อีกชุดไว้สำหรับอุปกรณ์ระบายความร้อนของแพลตฟอร์ม LGA1366 แบบเดิมได้

เรื่องการจัดการด้านพลังงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เอซุสให้ความสำคัญอีกหนึ่งส่วน โดยเมนบอร์ดในตระกูล X79 ใหม่ จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ DIGI+ Power Control 2 ทุกรุ่น โดยเฉพาะในเมนบอร์ดROG ที่จัดมาหาในแบบ Extreme Engine Digi+ II ที่เป็นการรวมกันระหว่าง New DIGI+ และ Military Standard ที่จัดภาคจ่ายไฟแบบดิจิตอลมาให้ถึง 4 ชุดสำหรับ CPU และ Memory เปลี่ยน Mosfet chip เป็น NexFET Power Block ทั้งหมดรวมถึง การใช้ Black Metallic Chokes และ Black Metallic Caps แทน Solid Caps แบบเดิม ซึ่งก็ช่วยลดความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น

แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดอันนั้นมันแค่จิ๊บๆ เพราะเอซุสยังมีฟีเจอร์เด็ดๆ เจาะกลุ่มฮาร์ดคอร์โดยเฉพาะเตรียมไว้สำหรับ ASUS ROG Series โดยเฉพาะ เริ่มจากฟีเจอร์แรกกับ ของเล่นใหม่ ที่มาในคอนเซ็ป Hardcore is back กับเจ้า OC KEY อุปกรณ์เสริมพิเศษสำหรับนักโอเวอร์คล็อก ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการทำงานต่างๆ ใน BIOS ไม่ว่าจะปรับตัวคูณ ปรับไฟเลี้ยงได้ แม้จะกำลังรันอยู่บนวินโดว์ก็ตามโดยจะทำงานในแบบ OSD (On Screen Display) ซ้อนทับขึ้นมาบนหน้าอีกชั้นหนึ่ง

โดยการทำงานตัว OC KEY จะทำหน้าที่ในการดึงสัญญาณภาพในหน้าของไบออส ขึ้นไปซ้อนทับกับสัญญาณภาพจากกราฟิกการ์ด ขึ้นไปแสดงบนหน้าจอ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ จะโอเวอร์คล็อกหรือปรับแต่ค่าต่างๆ ในไบออส จากหน้าจอได้เลย ในแบบ Real-Time ด้วย ไม่ต้องรีบูตเครื่องเพื่อเข้าไปในไบออสให้ยุ่งยาก พร้อมทั้งยังสามารถสลับการทำงานของเมาส์และคีย์บอร์ด จากหน้าจอปกติเข้ายังยังหน้า OSD ได้แบบอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกในการควบคุมการทำงาน และที่ตัว OC KEY ยังมีพอร์ต USB มาให้อีกหนึ่งพอร์ตสำหรับต่อกับเมาส์ หรือคีย์บอร์ด แยกเฉพาะออกมาได้อีกด้วย

ตามต่อมาที่ฟีเจอร์ที่สอง กับคอนเซ็ป HARDCORE MEASURING ชื่อก็บอกแล้วเกี่ยวกับการวัดแน่ๆ งานนี้เอซุสจัดอุปกรณ์ Sub Zero Sensor ติดมาให้ในเมนบอร์ด ในชื่อ “Subzero Semse” ซึ่งเป็นคอนตัวปลั๊กสำหรับสายแบบ K-type ติดตั้งอยู่บริเวณ I/O ด้านหลังของเมนบอร์ด ที่สามารถวัดอุณหภูมิที่ต่ำสุดได้ถึง -200 °C แค่เสียบสายก็ใช้งานได้ทันทีโดย ค่าที่ได้จะขึ้นไปแสดงผล ใน Bios, ในโปรแกรม TroboV Evo หรือบน OC Key น่าจะเหมาะสำหรับขาโอเวอร์คล็อกแบบ Extreme ทั้งหลายที่โอเวอร์คล๊อกแบบ Sub-Zero อยู่เป็นประจำ

ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์เด็ดๆ ที่มาในคอนเซ็ป HARDCORE MODDING กับฟีเจอร์ VGA Hotwire ซึ่งออกแบบมาช่วยเหลือการโอเวอร์คล็อกกราฟิกการ์ดโดยเฉพาะกับการ Volt Mod ที่จำเป็นต้องตรวจสอบไฟในหลายๆ จุด โดยเอซุสได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดไฟ มาไว้ให้บนเมนบอร์ด เพียงแค่ผู้ใช้ต่อสายไฟจากจุดที่ทำการ Mod บนกราฟิกการ์ด เข้ากับจุดวัดไฟเอซุสที่เตรียมไว้ ค่าต่างๆ ก็จะไปแสดงผลบนหน้าจอแบบ OSD ในทันที (ใช้คู่กับ OC Key) หรือดู บน Bios และ โปรแกรม TroboV Evo ก็ได้เช่นกัน

โดยรวมเมนบอร์ดในกลุ่มของ ROG ยังเน้นไปที่กลุ่มคอเกมส์ที่ต้องการประสิทธิภาพ สูงๆ เน้นโอเวอร์คล็อกแบบ EXTREME โดยเฉพาะทั้ง OC KEY, Subzero Sense และ VGA Hotwire ลงมาอยู่ในเมนบอร์ดตัวเดียวครบถ้วน

TUF บึกบึนไม่กลัวร้อน

ถัดจากซีรีย์ของแรง มาเป็นซีรีย์บึกบึนกันบ้าง กับเมนบอร์ดในตระกูล TUF (The Ultimate Force) ซึ่งหลายคนคงจะรู้จักกันในชื่อของ ASUS SABERTOOTH แน่นอนซีรีย์นี้ จากที่ผ่านมาเน้นในเรื่องของความทนทานและ การระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด มาในซีรีย์ใหม่อย่าง X79 ก็ไม่พลาดที่จะส่งฟีเจอร์เด็ดๆ อีกเช่นเคย เริ่มจากฟีเจอร์แรกกับ TUF Thermal Armor เป็นรูปแบบการจัดการ ของระบบระบายความร้อน บนตัวเมนบอร์ด ที่เน้นการออกแบบให้เกิดการโฟลว์ของทิศทางลม เพื่อการถ่ายเทความร้อนระบายออกไปได้อย่างสะดวก โดยแบ่งการระบายความร้อนออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ภาคจ่ายไฟสำหรับซีพียูด้านบน ที่ระบายความร้อนด้วยฮีตไปป์ ต่อตรงไปยังส่วนที่ 2 บริเวณ Back I/O Panel เพื่อระบายออกด้านหลังเคสด้วยพัดลมขนาดจิ๋ว  และส่วนที่ 3 คือส่วนของตัว PCH ที่ใช้พัดลมระบายอากาศที่มีการควบคุมทิศทางของลม ให้ระบายออกด้านล่าง ซึ่งช่วยให้การระบายความร้อนทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้อากาศร้อนย้อนกลับเข้ามา เหมือนกับใช้พัดลมเป่าไปยังฮีทซิงค์ตามปกติ ที่ไม่มีการควบคุมทิศทางลม ซึ่งเอซุสเคลมไว้ว่า ฟีเจอร์นี้สามารถช่วยลดความร้อนลงได้ถึง 11% เลยทีเดียว

ต่อมาที่ฟีเจอร์ที่ 2 กับ TUF Thermal Radar ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนในจุดต่างๆ ที่สำคัญบนเมนบอร์ดมากถึง 12 จุด พร้อมซอฟต์แวร์ควบคุม การระบายความร้อน ที่สามารถตั้งค่าระดับอุณหภูมิ ให้สัมพันธ์ความเร็วรอบพัดลมระบายอากาศ ได้แบบเฉพาะจุด ตามที่ต้องการ อยากได้ความเร็วมากน้อยแค่ไหน เมื่อตัวเซ็นเซอร์วัดความร้อนได้ที่เท่าไหร่ เลือกได้ทั้งหมดตามใจชอบ

ถัดไปเป็นฟีเจอร์ DIGI+ Power Control 2 ที่เป็นฟีเจอร์มาตรฐาน ของเมนบอร์ดในซีรีย์ X79 นี้ ที่จะมีทุกๆ รุ่น ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมาจาก DIGI+ ในเวอร์ชั่นเดิมที่มีเฉพาะในส่วนของภาคจ่ายไฟของซีพียู ในเวอร์ชั่น 2 นี้ ครอบคลุมเพิ่มไปในส่วนของภาคจ่ายไฟสำหรับหน่วยความจำเพิ่มเข้าไปด้วย เพื่อการทำงานที่มีความเสถียรมากขึ้นกว่าเดิม

และที่มากไปกว่า DIGI+ Power Control 2 ปกติธรรมดา สำหรับเมนบอร์ดในตระกูล TUF ยังใส่ใจในรายละเอียด เลือกใช้อุปกรณ์ที่ มีความคงทนแข็งแรง อายุการใช้งานสูง ทั้งในส่วนของ Chock, Capacitor และ Mosfet ที่รับรองมาตรฐานโดย Military Standard ที่มั่นใจได้อย่างแน่นอน

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควรเลยก็คือ ASUS SSD Caching ฟีเจอร์ที่นำเอาฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ที่มีความเร็ในการโอนถ่ายข้อมูลที่สูง มาเป็นแคชให้กับฮารืดดิสก์ปกติทั่วไป ที่มีความเร็วในการทำงานที่ช้ากว่า ซึ่งถ้าหากใครเคยได้ลองใช้เทคโนโลยี Intel Smart Response Technology (SRT) จะเข้าใจเพราะเป็นเทคโนโลยีที่คล้ายๆ กัน แต่ ASUS SSD Caching ถูกออกแบบมาให้ลบข้อด้อยต่างๆ ของเทคโนโลยี Intel SRT แบบหมดสิ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง ที่ง่ายกว่าด้วย “One Click & Caching” แค่เสียบสายแล้วกดปุ่ม ก็พร้อมทำงานได้ ทุกอย่างควบคุมด้วยชิพฮาร์ดแวร์บนเมนบอร์ด ซึ่งทำให้ไม่กระทบกับการทำงานของซีพียู ที่สำคัญยังสามารถตั้งความจุของแคชได้แบบไม่จำกัดขนาดอีกต่างหาก

ไบออสก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ ไม่อธิบายไม่ได้ที่เดียวโดยในเมนบอร์ดตระกูล X79 มีการปรับปรุงตัวไบออสใหม่มาในแบบของ UEFI BIOS ที่เพิ่มฟังก์ชันที่น่าสนใจขึ้นมาในหลายๆ ส่วน เช่น DRAM Information ที่สามารถตรวจสอบ SPD รวมถึง เช็คการทำงานต่างๆ ของหน่วยความจำได้ ว่าหน่วยความจำทำงานปกติดีไหม ติดตั้งลงไปในสล็อตนั้นๆ มีปัญหาอะไรหรือไม่ บูตเข้าวินโดว์แล้วจะหายหรือเปล่าเป็นต้น

เมนบอร์ดในตระกูล TUF นี้จะเน้นไปทางด้านประสิทธิภาพการทำงานที่มั่นใจได้ ทั้งเรื่องการระบายความร้อนในการทำงาน และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มั่นใจได้ถึงคุณภาพ ทนทาแข็งแรงอายุการใช้งานยาวนานเป็นหลัก ส่วนเรื่องความเร็วการทำงานต่างๆ อาจจะเป็นเรื่องที่รองๆ ลงมา แต่ก็ยังให้ความสำคัญอยู่เช่นกัน

Mainstream & Value คุ้มจริงแรงจริง

ปิดท้ายด้วยเมนบอร์ดในตระกูล Mainstream & Value ทั้งหลาย เอซุสเปรียบกลุ่มนี้เหมือนรถญี่ปุ่น ที่ราคาไม่สูง เน้นความคุ้มค่า ด้วยความสามารถที่หลากหลาย โดยเมนบอร์ดในกลุ่มของ Mainstream & Value ก็มีอยู่หลายตัวทีเดียวที่แยกออกไปตามระดับราคาและความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น Deluxe, EVO, Pro,หรือ Turbo อันนี้ก็แล้วแต่รุ่นจะเลือกใส่ฟีเจอร์ไหนลงไปในเมนบอร์ดบ้าง

ซึ่งถึงแม้ว่าเมนบอร์ดกลุ่มนี้จะเป็นเมนบอร์ดในระดับราคาต่ำ แต่ทางเอซุสเองก็จัดฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจลงมาในตระกูลนี้ไม่น้อยเหมือนกัน อาทิเช่น UEFI BIOS และ ASUS SSD Caching ที่อธิบายไปแล้วเมื่อซักครู่ DIGI+ Power Control 2 ที่ปรับปรุงชุดจ่ายไฟ VCCSA หรือตัว Memory Controller ซึ่งอยู่ภายในซีพียู สามารถรองรับการดึงกระแสขึ้นได้อีกราวๆ 30% ช่วยให้สามารถโอเวอร์คล็อกทั้งส่วนของ เมมโมรี่คล็อก และ ซีพียูคล็อกได้ดียิ่งขึ้น

รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย ASUS BT GO 3.0! (Bluetooth) ที่รองรับทั้ง Wi-Fi ในแบบ 802.11 b/g/n และ Bluetooth 3.0 ที่มีความเร็วสูงกว่า 2.1 เดิมถึง 8 เท่า ซึ่งจากการโชว์ถ่ายโอนข้อมูลในงาน ระหว่าง Labtop ที่ใช้ Bluetooth 3.0 ด้วยกัน ฟีเจอร์นี้สามารถทำความเร็วได้สูงถึงราวๆ 2 MB/s เลยทีเดียว

รวมถึงฟีเจอร์ USB BIOS Flashback ที่สามารถก็อปปี้ไบออสมาสำรองไว้ในแฟรชไดร์ ใช้ยามฉุกเฉิน และ ASUS USB 3.0 Boost ฟีเจอร์ที่อัพสปีดความเร็วของ USB 3.0 ให้เร็วยิ่งขึ้นด้วยความสามารถของตัวชิป UASP USB3 controller  ซึ่งหากใช้กับอุปกรณ์ USB3.0 ที่รองรับ UASP เหมือนกัน จะสามารถทำความเร็วได้เพิ่มมากขึ้นถึง 170%

และอีกหลายๆ ฟีเจอร์ที่ใส่มาให้ในเมนบอร์ด เช่น AI SUITE, DTS Ultra PC II ซึ่งมีรายละเอียดยิบย่อยคงจะอธิบายได้ไม่หมด เอาเป็นไว้ลองติดตามดูช่วงหลัง เปิดตัวไปแล้วคาวว่าคงจะเปิดตัวกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในช่วงราวๆ กลางเดือนหน้านี้ ถึงเวลานั้นคงได้ตัวไหนซักตัว (หรือหลายตัว) มาทดสอบให้ชมแบบจริงๆ จังๆ ได้ตัวไหนบ้าง น่าจะเห็นอะไรเต็มๆ มากกว่านี้แน่นอน

อย่างไรงานนี้ต้องขอขอบคุณทางเอซุสเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติ เรียนเชิญเราเข้าร่วมงานอัพเดจ เทคโนโลยีต่างๆ ในงาน ASUS Technical Media Seminar 2011 ในครั้งนี้ ก็ถ้ามีงานไหน ค่ายไหนเชิญเราเข้าเรางานอีก เราก็จะมาอัพเดจให้แฟนๆ ชาวพีซีทูเดย์ ได้ชมกันอีกอย่างแน่นอน แล้พบกันใหม่ในโอกาสหน้าครับ ขอบคุณที่ติดตามชมกันครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here