งัดแงะ แกะไฟล์ PDF กับทูลชั้นดี jPDF Tweak

                และแล้วความนิยมของไฟล์ PDF  เป็นอันรู้จักกันดี ไม่ว่าท่านจะเป็นยูสเซอร์ระดับไหน ความเป็นมาตรฐานของไฟล์ PDF ทำให้การสร้างเอกสารอิเล็คทรอนิกส์ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยคอนเซปต์ไฟล์เล็ก เปิดดูที่เครื่องไหนก็ได้โดยไม่เสียรูปแบบที่ถูกจัดมาแต่แรก รวมถึงเปิดดูได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบไหนก็ได้ และเลยรวมไปถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบต่างๆ

                โจทย์ก็คือ เมื่อเรามีไฟล์ PDF อยู่ในมือ อยากปรับแต่งไฟล์ PDF ตัวนั้น ต้องทำอย่างไร คำตอบง่ายๆ คือไปซื้อโปรแกรม Acrobat ตัวเต็มมาใช้ แต่ถ้าความต้องการของคุณไม่ถึงขนาดนั้น สามารถใช้โปรแกรมฟรีอย่าง jPDF Tweak ผู้มีฉายาว่า Swiss Army Knife for PDF files ที่มีจุดให้ปรับแต่งไฟล์ PDF ที่อาจตรงกับความต้องการของคุณ

ดาวน์โหลดโปรแกรม

–          ก่อนเรียกใช้โปรแกรม jPDF Tweak  ในระบบวินโดวส์จำเป็นต้องมีการติดตั้ง JAVA ให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยให้ไปดาวน์โหลดโปรแกรม JAVA ได้ที่เว็บ www.java.com เวอร์ชั่นปัจจุบันเป็น JAVA เวอร์ชั่น 6 แล้ว

–          ตัวโปรแกรม jPDF Tweak ให้ไปดาวน์โหลดได้ที่เว็บ https://jpdftweak.sourceforge.net/

ขั้นตอนการเรียกใช้โปรแกรม jPDF Tweak

                สำหรับไฟล์ใช้งานของโปรแกรม jPDF Tweak ที่ดาวน์โหลดมานั้น จะเป็นไฟล์ที่ถูกบีบขนาดมา ให้ทำการคลายโดยจัดเก็บไว้ในโฟลเดอร์ตามนั้นได้เลย เวลาเรียกใช้งานให้เข้าไปในโฟลเดอร์ดังกล่าว  ให้ไปดับเบิ้ลคลิ้กที่ไฟล์ jpdftweak.bat  หรือไฟล์ jpdftweak.jar เพื่อเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน แต่อย่าลืมว่า จำเป็นต้องมีการติดตั้งโปรแกรม JAVA มาให้เรียบร้อยกันก่อน

ขั้นตอนการปรับแต่งไฟล์ PDF

  1. โปรแกรมได้ออกแบบคำสั่งในแต่ละหมวดไว้เป็นแท็ปๆ ไป โดยคุณสามารถเลือกตัวเลือกในแต่ละหมวดให้เสร็จสิ้น แล้วค่อยมาคลิ้กที่ปุ่ม Run เพื่อจัดการกับไฟล์ PDF ให้เป็นไปตามที่ต้องการ  (รูป 2)

  1. การเรียกไฟล์ PDF ขึ้นมาปรับแต่ง  เราจะมากันที่แท็ป Input  ไปคลิ้กตรงปุ่ม Select เพื่อไปเลือกไฟล์ PDF ตัวที่ต้องการปรับแต่ง โดยโปรแกรมได้ออกแบบมาให้รองรับ การเลือกไฟล์ PDF หลายๆ ไฟล์พร้อมกันได้ โดยคุณจะต้องคลิ้กเลือกรายการ Multiple file input / Select pages เอาไว้ก่อน จากนั้นมาคลิ้กตรงปุ่ม Add เพื่อไปเพิ่มไฟล์ ส่วนในปุ่ม Up และ Down นั้นจะใช้สำหรับสลับลำดับของไฟล์ PDF และปุ่ม Delete ใช้สำหรับยกเลิกการเลือกไฟล์ PDF ตัวที่ไม่ต้องการแล้ว   เมื่อเลือกไฟล์ PDF ตัวไหนขึ้นมา โปรแกรมได้ทำการแจ้งให้ทราบว่า ในไฟล์นี้มีทั้งหมดกี่หน้า โดยคุณสามารถที่จะเลือกเอาเฉพาะหน้าคู่ หรือหน้าคี่ได้ (รูป 3)

  1. สำหรับการกำหนดไฟล์ PDF ที่ได้หลังจากมีการปรับแต่งตัวเลือก เราจะมากำหนดกันตรงแท็ป Output  โดยไปกำหนดชื่อไฟล์กันได้ในช่อง Filename ในกรณีที่คุณได้คลิ้กตัวเลือก Burst pages เพื่อขอให้โปรแกรมแตกแต่ละหน้าออกมาเป็นไฟล์ PDF แต่ละตัวไปเลย ชื่อไฟล์ PDF ในช่อง Filename จะต้องมีการใช้เครื่องหมายดอกจัน (*) กำกับอยู่ด้วย เช่น OK*.PDF ดังนั้นไฟล์ที่แตกออกมาจะมีชื่อเป็น ok1.pdf , ok2.pdf ไล่ไป และถ้าคุณต้องการให้มีการปรับปรุงคุณภาพของไฟล์ PDF ให้มีขนาดเล็กลงไปอีก ให้คลิ้กตัวเลือก Optimize PDF size และตัวเลือก Use better compression  เอาไว้ด้วย (รูป 4)

  1. เมื่อต้องการหมุนหน้ากระดาษ ให้มายังแท็ป Page Size มาคลิ้กตรงรายการ Rotate pages  โดยสามารถกำหนดว่า ถ้างานที่เป็นแนวตั้ง (Portrait) จะให้ทำอย่างไร และงานที่เป็นแนวนอน (Landscape) จะให้ทำอย่างไร สามารถกำหนดได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเหมือนกันได้ โดยถ้าต้องการให้คงเดิม ให้เลือกเป็น Keep เอาไว้

และในแท็ปนี้ คุณยังสามารถเปลี่ยนขนาดของงานได้ (Scale pages) โดยให้คลิ้กเลือก Scale pages จากนั้นไปกำหนดขนาดตามกระดาษตามที่ต้องการ  ถ้าต้องการให้คงสัดส่วน อย่าไปคลิ้กเลือกรายการ Do not preserve aspect ratio (รูป 5)

  1. ถ้าต้องการแนบไฟล์ไปพร้อมกับไฟล์ PDF ให้เลือกมาทำงานกันที่แท็ป Attachments  ไปคลิ้กที่ปุ่ม Add attachment เข้าไปเลือกไฟล์ได้ตามต้องการ (รูป 6)

                  และเมื่อนำไฟล์ PDF ที่มีการแนบไฟล์ไปเปิดดู เมื่อคลิ้กไปที่ปุ่ม Attachments ก็จะปรากฏไฟล์ที่มีการแนบมาให้ได้โหลดไปใช้งานกัน (รูป 7)

  1. สำหรับการรวมไฟล์ PDF เข้ามาอยู่ด้วยกันนั้น ไม่ยากเลยครับ ให้คุณทำการเลือกไฟล์ PDF ทั้งหลายนั้นก่อน  โดยเลือกกันที่แท็ป Input  จากนั้นใช้ปุ่ม Up และ Down เรียงลำดับว่าอะไรจะมาก่อนมาหลัง หลังจากนั้นก็กำหนดชื่อไฟล์ PDF อันใหม่ และเมื่อคลิ้กที่ปุ่ม Run ไฟล์ PDF อันใหม่ที่ได้ จะเป็นการรวมนั่นเอง (รูป 8)

  1. ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนข้อมูลของไฟล์ PDF เช่นวันที่สร้างไฟล์ ใครเป็นผู้สร้าง ให้เลือกมาที่แท็ป Document Info ไปคลิ้กรายการ Change Document Info ตามด้วยการคลิ้กปุ่ม Load from document เพียงเท่านี้คุณจะเห็นรายละเอียดแสดงออกมา ให้ปรับเปลี่ยนกัน เพิ่มรายละเอียด หรือลบรายละเอียดบางตัวทิ้งไปได้ (รูป 9)

  1. ในการจำกัดสิทธิ์เพื่อใช้งานไฟล์ PDF นั้น สามารถใช้การเข้ารหัสไฟล์ (Encrypt) พร้อมกับกำหนดสิ่งที่อนุญาตให้ทำได้ (Permissions) โดยเมื่อคุณคลิ้กมาที่แท็ป Encrypt/Sign ให้คลิ้กเลือกรายการ Encrypt PDF จากนั้นไปเลือกกระบวนการเข้ารหัสกันได้ที่ช่อง Mode: และต่อไปกำหนดรหัสผ่าน โดยมีผู้ใช้อยู่ 2 ระดับคือ Owner password ถ้าใครใช้รหัสผ่านของ Owner password ก็จะมีสิทธิ์ทำอะไรกับไฟล์ได้ แต่ถ้าเป็น User password แม้จะสามารถใช้รหัสผ่านเพื่อเปิดดูไฟล์ได้ แต่อาจถูกจำกัดด้วยสิทธิ์ไม่ให้ทำอะไรบางอย่าง เช่น ถ้าตรง Permissions ไม่ได้มีการคลิ้กตรง Printing ก็จะไม่สามารถสั่งพิมพ์ได้ แต่ถ้าต้องการให้ User ทำอะไรได้บ้าง ให้เราคลิ้กรายการที่อนุญาต  ตรง Permissions  (รูป 10)

  1. ลูกเล่นสำหรับแสดงไฟล์ PDF นั้น ให้มาปรับกันตรงแท็ป Interaction ดูที่จอด้านขวามือ ให้คลิ้กเลือกรายการ Set  Viewer Preferences จากนั้นไปเลือกรายการที่ปรับแต่งกันได้ เช่น (รูป 11)

–          Page Mode กำหนดว่าเมื่อเริ่มเปิดดูไฟล์ PDF จะให้แสดงแบบไหน เช่น Outline , Full Screen , Optional Content

–          Page Layout เลือกว่าจะให้แสดงเนื้อหาแบบ  หน้าเดียว , สองหน้า หรือสองคอลัมน์

–          ส่วนที่เหลือเป็นการปรับแต่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ให้ซ่อน Toolbar และ Menu bar หรือไม่ , ปรับวินโดวส์ให้พอดีกับขนาดของไฟล์ PDF เป็นต้น

  1. สำหรับการใส่ลายน้ำ (Watermark) เพื่อแสดงลิขสิทธิ์ให้กับไฟล์ PDF   ให้มาที่แท็ป Watermark ให้มาคลิ้กตรงรายการ Add transparent text watermark ในช่อง Text  ให้พิมพ์ข้อความตามต้องการเข้าไป จากนั้นเลือกขนาด  ค่าความทึบ (Opacity) ของ watermark และสีได้จากช่อง Color (รูป 12)

  1. โปรแกรมนี้มีลูกเล่นในเรื่องของการใส่หมายเลขหน้าให้กับไฟล์ PDF ให้เลือกมาที่แท็ป Watermark คลิ้กเลือกตรงรายการ Add page numbers จากนั้นมากำหนดตำแหน่งการวางของเลขหน้ากันได้ที่หลังช่อง Horizontal และ Vertical โดยถ้าคุณต้องการกำหนดรูปแบบการแสดง เลขหน้า ให้คลิ้กตรงรายการ Mask โดยค่าที่โปรแกรมตั้งมาให้ จะเป็นข้อความว่า Page <เลขหน้า>  of  <จำนวนหน้าทั้งหมด>  เป็นต้น  (รูป 13)

  1. ลูกเล่นการใส่เลขหน้ายังไม่หมดครับ ถ้าคุณต้องการกำหนดให้เลขหน้าแตกต่างกันไป เช่น หน้าที่ 1  และ 2 ให้เริ่มนับเลขหน้าเป็น 50 ส่วนตั้งแต่หน้าที่ 3 เป็นต้นไป ให้กำหนดเลขหน้าเป็น 900 ขึ้นไป มีวิธีการกำหนดดังนี้

ให้คลิ้กเลือกรายการ Use different page numbers จากนั้นมาคลิ้กที่ปุ่ม Add ในคอลัมน์ Start Page ให้เริ่มจากหน้าที่ 1 ส่วนคอลัมน์ Prefix กำหนดให้ใช้ข้อความว่า page:  และในคอลัมน์ Logical Page  ให้กำหนดเป็นตัวเลขที่ให้เริ่มนับคือ 50

จากนั้นมาคลิ้กที่ปุ่ม Add อีกครั้ง ในคอลัมน์ Start Page ให้เริ่มจากหน้าที่ 3 ส่วนคอลัมน์ Prefix กำหนดให้ใช้ข้อความว่า page:   เหมือนกัน และในคอลัมน์ Logical Page ให้กำหนดเป็นตัวเลขที่ให้เริ่มนับคือ 900 (รูป 14)

  1. ในเรื่อง Bookmarks โปรแกรมนี้สามารถจัดการให้ได้ตรงใจมากขึ้น โดยให้เลือกไปที่แท็ป Bookmarks ไปคลิ้กเลือกรายการ Change chapter bookmarks จากนั้นค่อยไปคลิ้กที่ปุ่ม Load from document  รอสักครู่ โปรแกรมจะทำการแสดง Bookmark ของเดิมที่มีอยู่ในไฟล์ออกมา ถ้าต้องการลบ Bookmark อันไหน ให้คลิ้กเลือก ตามด้วยการคลิ้กปุ่ม Delete

แต่ถ้าต้องการเพิ่ม Bookmark หรือจัดวางตำแหน่ง Bookmark กันใหม่ สามารถลบ Bookmark อันเดิมทิ้งไปให้หมด แล้วคลิ้กปุ่ม Add เพื่อทำการเพิ่ม Bookmark กันใหม่ได้ โดยสิ่งที่ต้องกำหนดก็คือ ในคอลัมน์ Title ให้กำหนดชื่อของ Bookmark แต่ละตัว ส่วนในคอลัมน์ Page เป็นหน้าที่ Bookmark จะกระโดดไป  ดูจากตัวอย่างได้เพิ่ม Bookmark เข้าไปเป็น 10 ตัว (รูป 15)

                มาดูผลลัพธ์หลังปรับแต่ง Bookmark กันใหม่แล้ว เมื่อเปิดดูไฟล์ดังกล่าว แล้วคลิ้กดูตรง Bookmark จะปรากฏ Bookmark ตามที่เราได้กำหนดให้ (รูป 16)

  1. สำหรับการเปลี่ยนหมายเลขหน้า (Page Numbers) ให้มาเลือกที่แท็ป Page Numbers คลิ้กเลือกรายการ Change page numbers จากนั้นมาคลิ้กที่ปุ่ม Add มากำหนดรายละเอียด  โดยในคอลัมน์ Start Page ใช้กำหนดว่าจะให้เริ่มต้นที่หน้าไหน  ส่วนคอลัมน์ logical Page เป็นการกำหนดหมายเลขตามต้องการ เช่น 100  (รูป 17)

หลังจากปรับเปลี่ยนแล้ว เมื่อเปิดดูไฟล์ PDF กันใหม่ เห็นไหมครับ  หมายเลขหน้ามีการปรับเปลี่ยนไปตามที่ถูกกำหนด (รูป 18)

  1. มาถึงฟีเจอร์สุดท้ายที่อยากแนะนำ เป็นการสลับสับเปลี่ยนหน้างาน โดยสามารถสั่งเรียงลำดับหน้ากันใหม่ หรือจับรวมเอาหน้าได้ เช่น ในกระดาษ 1 แผ่น มี 2หน้า หรือการทำจุลสาร (Booklet) เป็นการจับรวมหน้างาน สลับหน้าให้เสร็จ เพื่อสั่งพิมพ์ออกมาเป็นจุลสารอ่านกันได้ง่ายขึ้น

วิธีการเลือก ให้ไปที่แท็ป Shuffle/N-up คลิ้กตรงรายการ Shuffle pages จากนั้นมาคลิ้กเลือกรูปแบบกันได้ในช่อง Preset  (รูป 19)

เห็นไหมครับว่า ลูกเล่นของโปรแกรม jPDF Tweak นั้นไม่ใช่ย่อย สมกับฉายาที่เป็น Swiss Army Knife for PDF files คราวนี้ไม่ใช่แค่ฟรี แต่ประสิทธิภาพเกินคุ้ม

Recent Articles

Related Stories

1 Comment

  1. ถ้าต้องการเพิ่มข้อมูลลงไปในเอกสาร สามารถใช้งาน Jpdf Tweak ตัวนี้ได้มั้ยครับ

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here