“อยากรู้ไหม 3G เมืองไทย ค่ายไหนเมพ ค่ายไหนกากส์ ทดสอบสปีดให้เห็นกันแบบชัดๆ ทั้ง 4 ค่าย ใน  5 พื้นสำคัญๆ ทั่วกรุงเทพ ค่ายไหนจะเร็วกว่าแรงกว่า หรือทำได้ตาโฆษณาไหม ในนี้มีคำตอบ”

บ้านเรามี 3G แล้วจ้า!!! อยากจะตีฆ้องร้องเป่าดังๆ ให้ทั่วโลกรับรู้กันเหลือเกิน ว่าบ้านเรากว่าจะมี 3G ใช้กันแล้ว ถึงจะยังไม่สมบูรณ์แบบ 100% เพราะเรายังไม่ได้มีการประมูลไลเซนส์ 3G กันอย่างเป็นทางการก็เถอะนะ อย่างน้อยตอนนี้ก็มีให้บริการ กันครบทุกค่ายแล้ว พูดได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่าเรามี 3G จริงๆ นะ (แม้ว่าประเทศลาวเค้าจะไป 4G กันแล้ว) แต่ความเร็วก็ลดหลั่นกันไปตามแต่ละค่ายจะแชร์แบรนด์วิชมาให้เราได้มากน้อยแค่ไหน โชคดีเจอช่วงสัญญาณแรงก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเจอช่วงเน็ตเต่าคนแชร์เยอะอีกมีหวัง คงหัวเสียกันแน่ๆ จ่ายค่าบริการเต็มราคาแต่ได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ แบบนี้คงไม่ไหว จัดทดสอบใหญ่กันซักหน่อยกับ บททดสอบ 3G 4 ค่ายใหญ่ AIS, Dtac, Truemove, TOT(ขออภัยที่ไม่สามารถทดสอบ Truemove H ได้ เพราะไม่มีซิมเติมเนื่องจากตัวซิมบังคับติดสัญญาอีก 6 เดือน ไม่มีตังไปจ่าย ต้องทดสอบเท่าที่มีไปก่อน) ทั่วกรุงเทพ ค่ายไหนเน็ตเร็ววิ่งเต็มสปรีด ไม่หงุดหงิดค่ายไหนปล่อยเน็ตเต่าเข็นไม่ขึ้นต้องคอยดู

 

อะไรคือ 3G

ก่อนจะไปลุยทดสอบ 3G แวะมาจะทำความรู้จักกันกับเทคโนโลยี 3G ซักหน่อย เผื่อไว้เป็นความรู้ อย่างน้อยๆ ใครมาถามจะได้ตอบกันได้แบบไม่อายใคร สำหรับคำว่า “3G” คำนี้ย่อมาจากคำเต็มๆ คือ “3rd Generation Mobile Telecommunications” หรือถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็คือ “มาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3” ซึ่งพัฒนามาจากยุค 2G และ 2.5G ที่ให้มีขีดความสามารถในการให้บริการด้านมัลติมีเดีย ได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่างๆ เพื่อรองรับกับการใช้งานบนเครือข่ายความเร็วสูงในอนาคต โดยปัจจุบันประเทศไทย ได้มีการพัฒนาเข้าสู่ยุค 3G ในรูปแบบของมาตรฐาน “WCDMA” หรือ “Wide Band Code Division Multiple Access” (ยกเว้น CAT ที่ใช้เทคโนโลยี CDMA 2000 1x EVDO ให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัดอยู่ แต่จะมีการเปลี่ยนระบบเป็น WCDMA ในอนาคต) ซึ่งพัฒนามาจากระบบ GSM(Global System for Mobile Communications) โดยองค์กร 3GPP (Third Generation Program Partnership) องค์กรที่ดูแล และออกระเบียบการพัฒนาระบบ 3G แบบ WCDMA ซึ่งเป็นมาตรฐานมานานกว่า 10 ปีแล้ว และเป็นรูปแบบที่มีใช้มากที่สุดในโลก โดยปัจจุบัน 3G ในรูปแบบของ WCDMA มีใช้ด้วยกันทั้งหมด 5 ความถี่ แบ่งเป็น

– 2100 MHz เป็นความถี่แรกของมาตรฐาน 3G WCDMA โดยใช้กันแพร่หลายมากที่สุดทั่วโลก ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย

– 1900 MHz ใช้กันแพร่หลายในแถบทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้

– 1700 MHz มีใช้กันในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

– 850 MHz ใช้กันมากในแถบทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ ในเอเชียมีประเทศ ออสเตรเลีย และประเทศไทย

– 900 MHz ใช้กันแพร่หลายในยุโรป เอเชีย แอฟริกา ออสเตรเลีย หรือประเทศที่ให้บริการ GSM ในความถี่ 900 MHz อยู่แล้ว และมีการอัพเกรดระบบให้เป็น 3G บนเครือข่ายเดิม

ซึ่งในส่วนของประเทศไทยก็อย่างที่เราๆ ท่านๆ ได้ทราบ เราเคยจะได้ประมูลไลเซนส์ 3G บนย่านความถี่ 2100 MHz แต่ก็ถูกล้มประมูลไปเสียก่อน ทำให้ตอนนี้หลายค่ายหันมาเปิดให้บริการ 3G บนเครือข่ายเดิมของตัวเองที่มีอยู่ เริ่มตั้งแต่ Truemove และ Dtac ที่เปิดให้บริการที่ย่านความถี่ 850 MHz AIS เปิดให้บริการที่ย่านความถี่ 900 MHz และ TOT และพาร์ทเนอร์ MVNO ทั้งหลายให้บริการที่ความถี่ 2100 MHz  ความถี่ที่ TOT ได้มาแต่ดั้งแต่เดิม นับๆ ดูแล้วก็กินเข้าไปถึง 3 ช่วงความถี่ ซึ่งถ้าเป็นระบบ 2G แบบเดิมจะเป็นGSM 850/900/1800/1900 MHz ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ แต่เมื่อข้ามไปเป็น 3G ที่เป็นโครงข่ายความเร็วสูง การที่ความถึงที่ใกล้กันมากอย่าง 850MHz และ 900 MHz ที่ผู้ผลิตมือถือบางค่าย(แค่บางค่ายเท่านั้น) ไม่สามารถออกแบบ รับสัญญาณที่ครอบคลุมทั้งหมดได้ หรืออาจจะรับได้แต่การรับสัญญาณยังไม่เสถียร จึงไม่ผลิตออกมาแค่เฉพาะบางช่วงทำให้ผู้ใช้เองจำเป็นต้องศึกษาตัวเครื่องที่ใช้ให้เหมาะสมกับค่ายผู้ให้บริการสัญญาณ

รู้ไหมอุปกรณ์ที่ใช้เหมาะกับค่ายไหน

อย่างที่บอกเมื่อซักครู่ 3G ประเทศไทยนั้นมีความแตกต่างกัน ถึง 3 ระดับความถี่ด้วยกัน การจะเลือกใช้อุปกรณ์ก็ต้องเลือกใช้ให้เมาะสมกันในแต่ละค่าย หรืออีกอย่างคือต้องเลือกค่ายให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่เรามีอยู่ อันนี้ก็ต้องไปเลือกกันเอาเองว่าจะเลือกกันแบบไหนถึงเหมาะสม เอาละเมื่อซักครู่นี่เราได้บอกไปแล้วว่า ค่ายไหนให้บริการที่ย่านความถี่ใดบ้าง คราวนี้เราลองมาดูกันว่าอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่นั้นรองรับสัญญาณที่ความถี่ใดบ้าง ขอยกตัวอย่างคร่าวๆ รุ่นที่ได้รับความนิยม และมีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันเท่านั้นแล้วกัน บอกทั้งหมดเลยเดี๋ยวจะยาวเกิน พีซีทูเดย์ทั้งเล่มก็คงจะเขียนไม่พอ

เริ่มต้นกันที่แอปเปิลเจ้าแรกก่อนเลย เจ้านี้ชอบทำอะไรง่ายๆ อยู่แล้วเรื่อง 3G ก็ต้องพร้อมเช่นกันโดน ปัจจุบันทั้ง iPhone 4 และ iPad 2 รวมถึง iPhone5 ที่คาดว่าจะเปิดตัวกันเร็วๆ นี้ ก็สามารถรองรับเทคโนโลยี 3G ในบ้านเราได้ทุกค่าย ไม่ว่าจะความถี่ 850, 900, 1900, 2100 MHz พี่ไอรองรับได้ทั้งหมด มีความเร็วในการ ดาวน์โหลดข้อมูลสูงสุด 7.2 Mbps และอัพโหลดสูงสุดที่ 5.76 Mbps ส่วน iPhone 3GS และ iPad ตัวเก่านั้น รองรับ 3G ได้ก็จริงแต่ ไม่สามารถรองรับย่านความถี่ 900 MHz ได้ (ได้เฉพาะความถี่ 850,  1900, 2100 MHz ) ทำให้ไม่สามารถใช้งาน 3G จาก AIS ได้นั่นเอง โดยความเร็วสูงสุดที่รองรับได้คือ 7.2 Mbps สำหรับดาวน์โหลด และ 384 Kbps สำหรับอัพโหลด

ตามมาด้วยหุ่นเขียว Android ที่ปัจจุบันมีทั้งมือถือ และแท็ปเล็ตจำนวนมาก แต่ละค่ายก็เลือกความถี่สัญญาณที่รองรับกันเองเสียด้วย เลยระบุค่อนข้างจะยากว่าเครื่องรุ่นไหนรองรับ 3G ย่านความถี่ใดบ้าง และรองรับความเร็วได้สูงสุดเท่าไหร่ อันนี้ก็ต้องหาข้อมูลกันเอาเอง อันนี้คงช่วยอะไรไม่ได้ ง่ายสุดเลยก็ถามคนขาย น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์รุ่นนั้นๆ อยู่แล้วบ้าง หรือเช็คสเปคจากเว็บไซต์ผู้ผลิต น่าจะดูง่ายที่สุดแล้ว แต่จะเจอปัญหาบางทีรุ่นเดียวกันชื่อเดียวกันแต่มีหลายโมเดล ยกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy TAB ที่หากเป็นโมเดลตระกูล P1000 จะเป็นเวอร์ชั่นที่รองรับ 3G ความถี่ 900/2100 MHz ซึ่งสามารถใช้ได้เฉพาะ AIS, TOT 3G เท่านั้น ในขณะที่ โมเดลตระกูล P1000T เป็นเวอร์ชั่นที่รองรับความถี่ 3G 850/2100 MHz ซึ่งก็จะสามารถใช้ได้ทั้ง Dtac, True Move, TOT 3G ยกเว้น AIS เจ้าเดียวเป็นต้น ซึ่งผู้ใช้ก็ต้องระวังและศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ มิฉะนั้นแล้วก็อาจจะมีปัญหาในการใช้งานได้

มาถึงค่ายที่ 3 กับ RIM ผู้ผลิตมือถือยอดนิยมอย่าง BlackBerry ก็มีมือถือที่รองรับ 3G ออกมาหลายรุ่นอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่ Bold 9000, Bold 9700 ใหม่หน่อยก็เช่น Torch 9800, Curve 9300 หรือที่กำลังจะออกมาเร็วๆ นี้อย่าง Bold 9900, Curve 9360 เป็นต้น ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะสามารถรองรับย่านความถี่ที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ทาง RIM จะออกแบบมา ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้จากจากเว็บไซต์ผู้ผลิต เว็บไซต์มือถือ หรือจากในตัวเครื่องเองได้เช่นกัน

วิธีการดูใครมีมือถือ BlackBerry อยู่ข้างตัวตอนนี้ให้กดตามมาได้เลย ลำดับแรกให้เข้าไปที่เมนู “Options” รูปไขควงอยู่ด้านล่าง ซึ่งถ้าเครื่องของใครใช้ OS5 อยู่ ให้เข้าไปที่เมนู “About” ที่อยู่ในลำดับแรก ส่วนใครที่ใช้ OS6 ต้องเข้าไปที่เมนู “Device” ก่อน แล้วถึงจะเจอเมนู “About Device Versions” อันนี้ต้องรู้ก่อนด้วยว่า เครื่อง BlackBerry ของเราที่ใช้อยู่นั้น ใช้ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS ในเวอร์ชั่นไหนด้วย

ในหน้า About หรือ About Device Versions สำหรับ OS6 จะแสดงรายละเอียดต่างๆ ของตัวเครื่องตั้งแต่ชื่อรุ่นระบบปฏิบัติการต่างๆ ตามรูปด้านบน สำหรับการดูย่านความถี่ที่เครื่องรองรับนั้น ให้ดูตรงหัวข้อ “3G Bands” ประมาณหัวข้อที่ 4 ซึ่ง ด้านหลังจะเขียนเป็นตัวเลขเอาไว้ อย่างในรูปตัวอย่างคือ 1, 2, 5, 6 เลขแต่ละตัวนั้นจะหมายถึง ย่านความถี่ ที่ตัวเครื่องนั้นรองรับ โดยตัวเลข 1 จะแทนความถี่ 2100 MHz, 2 แทนความถี่ 1900 MHz, 4 แทนความถี่ 1700 MHz, 5 แทนความถี่ 850 MHz, 6 แทนความถี่ 800 MHz, และ 8 แทนความถี่ 900 MHz  ซึ่งหากจะใช้กับเครือข่าย Dtac หรือ Truemove ต้องเลือก 3G Bands หมายเลข 1, 2, 5, 6 หรือถ้าจะนำไปใช้กับ AIS ก็ต้องเลือกที่เป็นหมายเลข 3G Bands 1, 4, 8  ส่วน TOT ปล่อยสัญญาณที่ความถี่ 2,100 MHz สามารถใช้ได้ ทุกเครื่องอยู่แล้วจึงไม่ต้องเลือกอะไรมาก เพียงแต่ตอนนี้ผู้ให้บริการ 3G ที่เป็น MVNO ของ TOT อยู่มีเพียงแค่ i-mobile 3GX รายเดียวเท่านั้นที่มีแพ็คเกจสำหรับ BB Service ได้

ส่วนค่ายอื่นๆ ที่เหลือ รวมถึง AirCard อันนี้ต้องขอข้ามไป และกัน ไม่สามารถอธิบายได้หมด ก็ลองไปศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่ละตัว กันดูว่าอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่รองรับสัญญาณความถี่ย่านไหน ใช้สัญญาณของค่ายไหนได้บ้าง รวมถึงความเร็วสูงสุดที่ตัวอุปกรณ์รับได้ มากน้อยแค่ไหน จะได้เอาไว้เลือกผู้ให้บริการกันต่อไป

เลือกค่ายไหนถึงเหมาะ

เอาละรู้กันไปแล้วว่าอุปกรณ์แต่ละตัวรองรับสัญญาณของผู้ให้บริการ ค่ายไหนบ้างคราวนี้ มาดูกันว่าแต่ละค่ายผู้ให้บริการมีความแต่ต่างทางด้านเทคนิคอย่างบ้าง

เริ่มจากค่ายแรกกับ AIS ที่ก่อนหน้านี้อาจจะลุ่มๆ ดอนๆ พยายามดัน 3G บนคลื่นความถี่เดิมที่ 900 MHz อยู่นาน กว่าจะได้ใช้คู่แข่งก็แซงไปแล้วหลายขุม โชคดีฟ้ายังเข้าข้าง ได้ใบเบิกทางตั้งเสาสัญญาณ 3G ได้ 1,884 สถานีฐานทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 70% ของกรุงเทพ ในส่วนของกรุงเทพชั้นใน และชั้นกลาง และอีก 7 จังหวัดสำคัญๆ ได้แก่ เชียงใหม่, นครราชสีมา, ชลบุรี, ภูเก็ต, สงขลา, ประจวบฯ (หัวหิน, ปราณบุรี), และ เพชรบุรี (ชะอำ)

พื้นที่ให่้บริการในเขตกรุงเทพ

พื้นที่ให้บริการในเขตเชียงใหม่

พื้นที่ให้บริการในเขตชลบุรี

พื้นที่ให้บริการในเขต ชะอำ, หัวหิน, ปราณบุรี, และภูเก็ต

พื้นที่ให้บริการในเขตสงขลา

พื้นที่ให้บริการในเขตนครราชสีมา

แถมยังเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี HSPA+ (เฉพาะบางพื้นที่ ส่วนใหญ่ยังเป็นเทคโนโลยี HSPA รับส่งข้อมูลที่ความเร็ว 7.2 Mbps)ในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงทำให้เครือข่าย 3G AIS ของสามารถรับสูงข้อมูลได้เร็วสุดถึง 21.6 Mbps เลยทีเดียว แต่ด้วยข้อจำกัดของคลื่นความถี่ 900MHz ที่ AIS ถืออยู่มีแบรนด์วิชเพียง 5 MHz เลยไม่สามารถอัพความเร็วเป็น 42 Mbps เหมือนคู่แข่งได้ จึงค่อนข้างจะเสียเปรียบในเรื่องของความเร็ว แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมือถือส่วนที่รองรับ 3G ส่วนใหญ่ จะสามารถทำงานบนความถี่ 900MHz ได้เป็นส่วนมาก ผู้ใช้สามารถเข้ามาใช้บริการได้เลยโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ ถือเป็นข้อดีที่ค่อนข้างจะได้เปรียบในทางการตลาดอยู่บ้าง คงต้องไปวัดกันที่โปรโมชั่นราคาค่าบริการจะดึงดูดใจผู้ใช้มากแค่ไหน

มาในส่วนของ Dtac อีกหนึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้เปิดให้บริการ 3G บนคลื่นเดิมอีกหนึ่งค่าย โดยจะให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 850 MHz ซึ่งปัจจุบันนี้มีการตั้งสถานีฐาน ให้บริการลูกค้าทั่วกรุงเทพกว่า 1,220 จุด หากนับดูแล้วอาจจะน้อยกว่าของทาง AIS หน่อย แต่ Dtac นั้นทุ่มลงในพื้นที่กรุงเทพทั้งหมด จึงทำให้ Dtac มีพื้นที่ให้บริการ 3G ครอบคลุมทั่วกรุงเทพ และปริมณฑลทั้งหมดได้

พื้นที่ให้บริการในเขตกรุงเทพ

และด้วยการให้บริการ 3G บนความถี่ 850 MHz ที่มีแบรนด์วิชที่ กว้างกว่าถึง 10MHz ทำให้ระบบ 3G ของ Dtac สามารถรองรับความเร็วในการดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 42 Mbps ด้วยเทคโนโลยี HSPA+ แต่ต้องขึ้นอยู่กับตัวรับสัญญาณ ที่รองรับเทคโนโลยี HSPA+ ที่สามารถรับส่งสัญญาณแบบ MIMO(Multiple-Input and Multiple-Output) ได้ถึงจะสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เริ่มที่จะมีการนำแอร์การ์ดที่รองรับถึง 42 Mbps มาขายกันบ้างแล้วแต่ยังไม่มาก ส่วนโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนต่างๆ ตอนนี้ยังไม่มีรุ่นใดที่รองรับ ความสามารถของเทคโนโลยีนี้ได้แบบเต็มๆ ถึง 42 Mbps คงต้องรออีกซักระยะหนึ่ง

ตามมากันอีกหนึ่งค่ายกับ Truemove ที่ไม่ใช่ Truemove H อธิบายก่อนเดี๋ยวจะเข้าใจกันผิดว่าสองค่ายนี้คือค่ายเดียวกัน ถึงแม้จะว่าจะชื่อเหมือนกัน ศูนย์บริการเดียวกัน รวมถึงเจ้าของก็เถอะ แต่ Truemove และ Truemove H มีการแยกออกจากกันโดยชัดเจน เนื่องจาก Truemove H เป็นความร่วมมือกันของ Truemove และ CAT Telecom พัฒนาระบบ CDMA เดิมที่เคยเป็นของ Hutch ให้กลายเป็น WCDMA ส่วน Truemove เดิมก็ยังให้บริการตามปกติ ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่จะมีการถ่ายโอนลูกค้ากันไหม อันนี้ต้องรอดูนโยบายกันในเร็วๆ นี้ แต่สำหรับบทความนี้ขอทดสอบเพียง Truemove เพียงอย่างอย่างเดียวเท่านั้นไม่สามารถทดสอบ Truemove H ให้ชมกันได้ ด้วยจำกัดเรื่องซืมที่ไม่มีซิมระบบเติมเงิน รวมถึงรายเดือนเองก็มีข้อบังคับให้ต้องทำสัญญาเปิดใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน คำนวณไปมาแล้ว ดูท่าจะไม่คุ้มกับค่าบทความ ไว้เราได้รับแจกให้ทดสอบเมื่อไหร่จะเอามาทดสอบให้ชมกันใหม่อีกครั้ง บอความนี้ขอเป็น Truemove ปกติไปก่อน

พื้นที่ให้บริการในเขตกรุงเทพ

 

ในส่วนของผู้ให้บริการ Truemove นั้น ให้บริการที่โครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 850 MHz เช่นเดียวกับ Dtac ทำให้สองค่ายนี้มีศักยภาพที่ไม่แตกต่างกันนัก แต่โชคร้ายที่ 3G ของ Truemove เป็นเทคโนโลยี HSPA ทำให้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพียง 7.2 Mbps เท่านั้น ไม่สูงเท่า Truemove H ที่เป็นเทคโนโลยี HSPA+ ความเร็ว 42 Mbps เท่ากันกับ Dtac ดูแล้วรู้สึกเป็นลูกเมียน้อยขึ้นมาทันที แต่ข้อดีชอง Truemove คือพื้นที่ให้บริการ 3G ที่มีให้ค่อนข้างเยอะ ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล, ชลบุรี(พัทยา), เชียงใหม่, ภูเก็ต รวมถึงมีไวไฟฮอตสปอร์ตกว่า 30,000 จุดมากที่สุดในกรุงเทพ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจได้ไม่น้อย

สุดท้าย ท้ายสุดกับ TOT จริงต้องบอกว่าเป็นผู้ให้บริการ 3G WCDMA เจ้าแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะอะไรเราคงรู้กันอยู่แล้วไม่ขออธิบายแล้วกัน สำหรับTOT นั้นให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2,100 Mhz ตามมาตรฐานของ 3GPP เปะ โดยใช้เทคโนโลยี HSPA ที่มีความเร็ว 7.2 Mbps เป็นพื้นฐาน และ HSPA+ ที่มีความเร็วถึง 42 Mbps ในพื้นที่สำคัญๆ ทั้งในกรุงเทพ และปริมณฑล ซึ่ง TOT ถือว่าเป็นผู้ให้บริการที่มีพื้นที่มากที่สุด ในแถบภาคกลางแล้ว โดยด้านเหนือสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เชียงรากน้อย ลงมา ด้านใต้ให้บริการทั่วเมืองสมุทรปราการ และบางส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร ตะวันออกครอบคลุมไปถึงหนองจอก และด้านทิศตะวันตกใช้งานได้ถึง อำเภอ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

พื้นที่ให้บริการในเขตกรุงเทพ

ด้านการให้บริการ TOT เน้นความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เป็นพาร์ทเนอร์ TOT MVNO กับหลายๆ บริษัทไม่ว่าจะเป็น IEC, i-Kool, Mojo, 365, และ i-Mobile 3GX ซึ่งแต่ละค่ายก็จะออกไปทำการตลาด สร้างแพ็คเกจกำหนดราคาของแต่ละค่ายเอง โดยใช้พื้นที่เครือข่ายของ TOT ในการให้บริการ เราจึงได้เห็นแพ็คเกจต่างๆ ของแต่ละผู้ให้บริการออกมาแข่งขันกันมากมาย นับเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ TOT

เปรียบเทียบแพ็คเกจแต่ละค่าย

ว่าไปแล้วก็ลองเข้าไปดูแพ็คเกจ 3G ของแต่ละค่ายกันหน่อย จะมีมีแพ็คเกจของค่ายไหนที่จะจัดให้แบบเน้นๆ หรือราคาแบบโดนๆ กันบ้าง

เริ่มจากแพ็คเกจสำหรับ Smart Phone ลำดับแรก น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่มีคนใช้มากที่สุดแล้ว ละมั้งในตอนนี้ ราคาก็มีตั้งแต่ถูกๆ 99 บาท มีอินเตอร์เน็ต 3G ให้ 5 ชม. และ Edge+WiFi อีก 20 ชั่วโมง ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้ใช้งานมาก ก็คงคุ้ม เพราะเป็นแพ็คเกจราคาที่ถูกมากๆ ทีเดียวส่วนเกินก็คิดแค่ นาทีละ 1 บาทเอง แต่อาจจะไม่ค่อยเร็วทันใจหน่อยเพราะล็อคความเร็ว 3G ไว้แค่ 2 Mbps เท่านั้น หรือถ้าไม่พอจะขยับขึ้นมาหน่อย เป็นแพ็คเกจ Internet lite199 สำหรับ Dtac ที่ได้ใช้ 3G  20 ชั่วโมงต่อเดือนหรือจะเป็นแพ็คเกจ 3GX 199 ได้ใช้ 3G 199 เมกะไบต์ต่อเดือยก็น่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตเช็คเมล์ เล่นโซเชียลเล็กๆ น้อยได้ แต่ถ้าเป็นประเภทจัดหนัก ใช้งานเป็นประจำตลอด 24 ชม. ต้องใช้เป็น AIS Mobile Internet 799 คุ้มที่สุดแล้วได้ทั้ง 3G Unlimited และ WiFi Unlimited (ถ้าไม่ใช้งาน WiFi เลือกเป็น Dtac SmartPhone 699 น่าจะคุ้มกว่าอันลิมิตรเหมือนกัน)นอกสถานที่ได้ แต่การใช้งาน 3G ที่ความเร็วสูงสุด จะใช้ได้ไม่เกิน 3GB เท่านั้นหากเกินระบบจะปรับลดความเร็วเหลือเพียง 384 Kbps

ถัดไปเป็นของไอโฟนซึ่งแพ็ค เท่าที่ดูราคาและแพ็คเกจต่างๆ ค่อนข้างจะใกล้ๆ กันอยู่ทั้งเรื่องของราคาและรายละเอียดของแต่ละค่าย ถูกสุดก็ต้องยกให้สำหรับ AIS Mini 275 บาท ได้ 3G 150 MB ก็น่าจะเพียงพออยู่สำหรับการใช้งานเล็กๆ น้อย ถ้าไม่พอก็เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแค่ เมกะไบต์ละ 2 บาท น่าจะคุ้มกว่าเปลี่ยนไปใช้แพ็คเกจ S ของ Truemove ซึ่งเพิ่มอีก 124 บาทได้อินเตอร์เน็ตมาให้แค่ 50 เมกกะไบต์เท่านั้นเอง ส่วนคนชอบจัดหนักแพ็คเกจ Free Size ของ Truemove นี่น่าสนสุดแล้วได้ทั้ง 3G, Edge, และ WiFi Unlimited ใช้กันเพลินแค่จำกัดสิทธิ 3G ใช้งานที่ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 3GB เท่านั้นหากเกินระบบจะปรับลดความเร็วเหลือเพียง 384 Kbps

ต่อไปเป็นแพ็คเกจสำหรับ Tablet และ Aircard ที่จะมีเฉพาะส่วนของ Data อย่างเดียวใครที่เน้นโหลดไม่เน้นคุย ต้องเลือกแบบนี้เลย สำหรับแพ็คเกจเน้นโหลดแบบนี้ต้องยกให้กับ 3GX NET 199 บาท ได้ดาต้าถึง 1 GB เลยทีเดียว ส่วนเกินก็คิดราคาแค่ 0.20 บาทต่อเมกะไบต์เท่านั้น เทียบกับค่ายอื่นแล้วถือว่าคุ้มมากๆ ในขณะที่แพ็คเกจใกล้ๆ กันของค่ายอื่นก็ 399 บาท ไปแล้ว แพงเกินไม่น่าจะคุ้ม ส่วนใครที่คิดว่าไม่พอขอจัดหนักๆ Unlimited ก็แนะนำเป็น iPad 759 บาทของ Truemove ที่ให้ 3G, Edge, และ WiFi Unlimited แบบสุดคุ้มใช้งานกันได้เต็มที่ตามใจชอบ แต่ถ้ามองว่าคงไม่ได้ใช้ WiFi บ่อยนักจะตัดออกก็แนะนำเป็นแพ็คเกจ Aircard-Tablet Unlimited ของ Dtac ที่ราคา 650 บาทแค่ตัดการใช้งาน WiFi นอกสถานที่ออกไป

แพ็คเกจสุดท้ายกับ แพ็คเกจเสริม และ ระบบเติมเงิน ซึ่งมีให้โอ้โหเลือกเยอะแยะที่เดียว ทั้งแบบคิดตามการใช้งานจริงและเหมาจ่ายเป็นชั่วโมงซึ่งเท่าที่ดูถ้าอยากได้เป็นแบบรายชั่วโมงแนะนำเป็น Dtac Package 20 ชั่วโมง แค่ 99 บาท ถือว่าค่อนข้างคุ้มกว่าเจ้าอื่นๆ หรือจะใช้เป็นแบบคิดตามการใช้งานก็เป็น I-Mobile3GX แรงสุดคุ้ม 199  บาทใช้งานได้ถึง 1 GB คุ้มที่สุดแล้ว ส่วนเกินยังคิดแค่เมกะไบต์ละ 0.20 บาท เท่านั้น ส่วนถ้าชอบเยอะๆ AIS Mobile Internet 799 บาท ให้ทั้ง 3G, Edge, และ WiFi Unlimited คุ้มค่ามากที่สุดแล้ว แค่จำกัดสิทธิ 3G ใช้งานที่ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 3GB เท่านั้นหากเกินระบบจะปรับลดความเร็วเหลือเพียง 384 Kbps

พิสูจน์ 3G ของจริง

เอาละเล่ามาทั้งหมดแล้วตั้งแต่ตัวเทคโนโลยี อุปกรณ์ และผู้ให้บริการในบ้านเราหลักๆ ทั้ง 4 ค่าย ตอนนี้ก็มาถึงเวลาของการทดสอบ ความเร็วกันบ้าง ใครจะเจ๋งเดี๋ยวรู้กัน สำหรับอุปกรณ์ทดสอบ จะใช้ตัว iPhone4 อุปกรณ์หากินของผมนี่แหละเป็นตัวทดสอบ ซึ่งอย่างที่บอกไปตอนต้น iPhone4 นั้นออกแบบมารองรับ 3G บนเครือข่าย WCDMA ได้ทุกค่าย แต่เรื่องการรับส่งข้อมูลรองรับแค่เพียงระดับ HSPA ที่มีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงสุด 7.2 Mbps และอัพโหลดสูงสุดที่ 5.76 Mbps ซึ่งบางค่ายที่อัพเกรดอุปกรณ์เป็น HSPA+ ความเร็ว 21 Mbps บ้างหรือ 42 Mbps บ้าง อาจจะรองรับได้ไม่เต็มที่นัก เดี๋ยวต้องคอยดูตามจุดต่างๆ ที่เราไปทดสอบ 5 ที่หลักๆ ใจกลางเมืองไม่ว่าจะเป็น สยาม(บริเวณหน้าห้างมาบุญครอง), สีลม(สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง), แยกอโศก, จตุจักร(สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต), อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งผลที่ได้ก็เป็นตามกราฟด้านล่างนี้

เริ่มจากกราฟแรกเป็นการทดสอบความเร็วดาวน์โหลดข้อมูล ทดสอบด้วยด้วยแอพพลิเคชั่น SpeedTest ไว้สำหรับทดสอบวัดความเร็วในการอัพโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลโดยเฉพาะ ผลที่ได้ออกมาจะเป็นค่าความเร็ว ความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล และอัพโหลดข้อมูล (ความเร็วในการอัพโหลดจะอยู่ในกราฟถัดไป) หน่วยเป็น Mbps วิธีการดู ให้ดูที่ค่าตัวเลขยิ่งมากแปลว่ายิ่งเร็ว ซึ่งผลที่ออกมาได้ตามกราฟที่เห็น ซึ่งระหว่างทดสอบก็มีปัญหาเล็กน้อยสำหรับ AIS บริเวณอโศก ที่มีสัญญาณ 3G แต่ไม่สามารถทดสอบได้ อาจเป็นเพราะระบบอินเตอร์เน็ตอาจจะล่ม หรือมีการปรับปรุงอยู่เลยทำให้ไม่สามารถทดสอบสัญญาณของ AIS บริเวณนี้ได้ในช่วงเวลานั้น ส่วนผลที่อื่นๆ ก็ตามที่เห็น สัญญาณแรงแบบกระจัดกระจายนิดหน่อยตามพื้นที่ของแต่ละค่าย แต่ AIS ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีที่สุด รองลงมาเป็น Dtac และ TOT ที่ความเร็วโดยรวมใกล้เคียงกัน และสุดท้ายคือ TrueMove ที่สัญญาณดีมากเฉพาะที่สยาม เพียงแห่งเดียว แต่ที่น่าแปลกกว่าคือจากการทดสอบทั้ง 5 จุดไม่มีค่ายไหนทำความเร็วเกิน 3 Mbps เลย น่าเศร้าจริง

มาถึงความเร็วในการอัพโหลดบ้าง ซึ่งก็ยังคงทดสอบด้วยแอพพลิเคชั่น SpeedTest เหมือนเดิมสิ่งที่เห็นคือ เริ่มจะเห็นผู้นำชัดเจนในส่วนของ Dtac ที่ค่าอัพทำได้รวดเร็ว ในหลายๆ จุด ยกเว้นแถวๆ สีลม ในขณะที่ค่ายอื่นๆ ยังทำได้ดีเป็นบางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะ AIS ที่ดูจะเล็กน้อยไปซักหน่อย

ลำดับต่อไปกับการทดสอบความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ โดยทดสอบจากเว็บกลางที่สถิตยุติธรรมที่สุดนั่นก็คือเว็บไซต์ www.PCTodaythailand.com แอบขายนิดนึง โดยวิธีการก็จะล้างแคชทั้งหมดแล้วจับเวลาในการเปิดเว็บไซต์ของเราเว็บนี้ ผลออกมาเป็นวินาที ซึ่งวิธีการเทียบความเร็วก็ต้องดูจากเวลาที่ใช้ในการเปิดน้อยที่สุด กลับกันกับสองกราฟเมื่อซักครู่ ผลที่ออกมา AIS และ TOT ค่อนข้างจะทำได้ได้ในการเปิดเว็บไซต์ ตามมาด้วย Dtac ที่ใช้เวลามากกว่านิดหน่อย ปิดท้ายด้วย TrueMove ที่ใช้เวลาค่อนข้างเยอะไปซักหน่อย แต่ยังคงทำได้ดีในพื้นที่บริเวณสยาม

เอาละมาถึงการทดสอบสุดท้าย กับการทดสอบความเร็วในการอัพรูป ด้วยแอพพลิเคชั่น Facebook ทดลองอัพรูปขึ้นหน้าวอล์ของเฟสบุ๊ก แล้วจับเวลาที่ใช้ ผลที่ออกมาเป็นวินาทีเช่นเคย ดูค่ายไหนจะใช้เวลาน้อยที่สุด โดยผลที่ออกมาเหมือนว่า AIS จะใช้เวลาในการอัพโหลดที่น้อยที่สุดจาก 4 ค่ายที่ทั้งหมด มีเฉพาะบริเวณอนุสาวรีย์ที่ใช้เวลาค่อนข้างมากไปหน่อย ตามมาด้วย TOT ซึ่งเฉลี่ยแล้วใกล้เคียงกันแทบทุกที่ และลำดับ 3 เป็นของ Dtac ซึ่งครองพื้นที่อนุสาวรีย์และจตุจักร ซึ่งตรงข้ามกับ ลำดับ 4 ที่เป็นของ TrueMove เน้นไปทางย่านธุรกิจฝั่ง สยาม และอโศก

เลือกค่ายไหนดีที่สุด

ถ้าให้ฟันธงไปเลยว่าค่ายไหนดีสุดอันนี้คงจะตอบไม่ได้ เพราะแต่ละที่ก็มีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันไป เรียกว่าบวกลบคุณหารแล้ว เท่ากันเกือบทุกค่าย เริ่มจาก AIS ค่ายที่ทำคะแนนออกมาค่อนข้างดีในลำดับต้นๆ ในเรื่องของความเร็ว ทั้งค่าอัพโหลด และดาวน์โหลด ซึ่งทำได้ดีไม่ค่อยมีอาการแกว่งของสัญญาณ ให้เห็น มีแค่ปัญหาที่ย่าน อโศก แห่งเดียวที่เราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้ อาจจะกำลังปรับปรุงระบบอยู่อีกไม่นานก็คงกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ส่วนเรื่องพื้นที่ให้บริการนั้น AIS ค่อนข้างจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก เพราะพึ่งจะเริ่มต้นได้ไม่นาน ยังกระจายสัญญาณได้ไม่ครอบคลุม เพียงพอ

ลำดับต่อมาเป็นของ TOT ซึ่งจากการทดสอบในด้านต่างๆ ทำได้ดีใกล้เคียงกับของ AIS มาก แถมยังมีพื้นที่ให้บริการที่มากกว่า AIS เยอะ ทั้งในกรุงเทพที่ใช้ได้ครบทุกพื้นที่ และยังลากยาวใช้ได้ถึงจังหวัดใกล้เคียงโดยรอบ เรียกว่าเจ๋งทีเดียว แต่ขอบอกว่ากว่าจะทดสอบได้นี้ก็นานเช่นกัน ต้องเข้าไปปรึกษาทางช่างที่ศูนย์อยู่หลายรอบตั้งแต่ หาสัญญาณไม่เจอจนไปถึงอินเตอร์เน็ตไม่วิ่ง ทางช่างก็แนะนำมาดีทีเดียวตั้งแต่ การเลือกสัญญาณ ต้องเข้าไปเลือกให้เป็น TH ACT 1900 (ต้องเข้าไปเลือกเอง ให้ระบบหาให้แบบ Auto หาเจอบ้างไม่เจอบ้าง) จากนั้นเข้าไปตั้งค่า APN ให้เป็น “internet” ด้วย ไม่ตั้งไม่ได้ แม้จะเห็นสัญญาลักษณ์ 3G ขึ้น IP มาแต่เปิดอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่ใส่ และต้องปิด WiFi ด้วยไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งๆ ที่ไม่ได้เชื่อมต่อ แต่ปิดแล้วใช้งานได้ทันที เอาเป็นว่าใครที่ใช้ไม่ได้ก็เซ็ตตามนี้แล้วกัน ส่วนค่ายอื่นๆ ไม่เจอปัญหาใส่ซิมเปิดฟังก์ชั่น 3G รอรับ IP ซักครู่ก็ใช้งานได้เลย

ลำดับที่ 3 ขอยกให้กับ Dtac น่าจะเหมาะนะ เพราะเท่าที่ดู Dtac ค่อนข้างจะตอบโจทย์ของ 2ค่ายด้านบนได้ดี ทั้งเรื่องพื้นที่ให้บริการ (อาจจะน้อยกว่า TOT เล็กน้อย) และความเร็ว ที่ช้ากว่านิดหน่อยแต่สัญญาณชัวร์ไม่ค่อยแกว่งขึ้นๆ ลงๆ เหมือนค่ายอื่น และยังใช้งานง่ายไม่ต้องไปตั้งค่าต่างๆ ให้ยุ่งยากเหมือนด้านบน

สุดท้ายท้ายสุดตกเป็นของ TrueMove ที่ผลการทดสอบค่อนข้างจะอ่อนที่สุดในกลุ่ม ก็อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เริ่มทำตลาดกับ TrueMove H มากกว่าเลยหลงลืม TrueMove ปกติไปบ้างแต่ที่น่าสนใจคือมีพื้นที่ให้บริการค่อนข้างมากครอบคลุมทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และอีกหลายๆ จังหวัดหัวเมือง แถมยังพ่วงแพ็คเกจ WiFi นอกสถานที่ให้อีก เรียกว่าอาจจะไม่เร็ว แต่เน้นคุ้มค่ามากทีเดียว

เอาละได้ข้อมูลจุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละค่าย ไปแล้ว มีกราฟให้ดูเปรียบเทียบกัดด้วย ที่เหลือก็ลองพิจารนากันดูตามชอบ ใครจะเลือกตามพื้นที่ให้บริการ ตามความแรง หรือตามโปรโมชั่น และราคา ก็เลือกกันตามสะดวก แต่อยากจะบอกก่อนว่า ความเร็วจากการทดสอบ ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ทั้งสภาพอากาศ ปริมาณการใช้งาน และสัญญาณของเครือข่าย ในช่วงเวลานั้นๆ ผลทดสอบที่ได้อาจจะไม่ตรงกันเสมอไป

[twitter style=”horizontal” float=”left”] [fbshare type=”button”] [google_plusone size=”standard”]

[adrotate banner="4"]

10 COMMENTS

  1. เมื่อกี้กด AIS แถวอโศกได้ 0.99/0.94 mbps, ping 71 ms ครับ

    แต่สัญญาณ AIS 3G แถวอโศกเหวี่ยงจริงๆครับ ฝนปรอยเป็นดับ 🙂

  2. ตอนนี้เราใช้ 3G+ ของทรูมูฟ เอชกับไอโฟน 4 อยู่ เราว่าเร็วดีนะ ตัวน้อง Wi Fi ก็ใช่ย่อยสัญญาณครอบคลุมแล้วก็เสถียรดีด้วย

  3. ผมใช้ Package iPad 2 ของ Truemove H คุ้มมากๆครับ ไม่แพงอย่างที่คนพูดกันเพราะเมื่อเทียบระหว่างราคากับสปีดที่ได้รับกลับมาแล้วถือว่าคุ้มมาก มี Wi-Fi ให้ใช้ฟรีกว่า 100,000 จุด ตอนนี้สัญญาณต่างจังหวัดก็ดีพอๆกับในกรุงเทพแล้ว

  4. dtac 3g เอาเปรียบลูกค้า ใช้โปรฟรี 5 ชม เร็วดีไม่มีปัญหาประมาณ 300 kb แต่พอไปเติมเงิน 200(รวม vat) บาท 70 ชั่วโมงแล้ว net ช้ามาก แค่ 10 kb เช็คที่ศูนย์ dtac แล้วบอกว่าจะติดต่อกลับมาก็ไม่มีใครติดต่อมาเลย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here