รีวิวมือถือรับงาน TME 2016  กันหน่อย เผื่อเห็นแล้วอยากได้ จะได้ตรงไปซื้อกันถูก โดยรุ่นที่ได้มาทดสอบรอบนี้เป็น Microsoft Lumia 950 สมาร์ทโฟนWindows 10 ที่จะเป็นเรือธงของไมโครซอฟท์ในปีนี้ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่น Microsoft Lumia 950 และ Microsoft Lumia 950 ต่างกันที่ขนาดหน้าจอและสเปคเล็กน้อย

IMG_7394

โดยรุ่นที่นำมารีวิวรอบนี้เป็น Microsoft Lumia 950 ที่มีหน้าจอขนาด 5.2″ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ตัวล่าสุด ซึ่งมีความสามารถในการทำงานร่วมกับคลาด์เป็น IOT อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะอธิบายในช่วงท้าย ตอนนี้มาดูในส่วนของตัวเครื่องกันก่อน

IMG_7397 ตัวเครื่อง Microsoft Lumia 950 ขนาดอยู่ที่ 145 x 73.2 มม. บางแค่ 8.25 มม.หนัก 150 กรัม ขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่มากกำลังพกพาสะดวกทีเดียว ตัวเครื่องทำจากโพลีคาร์บอเนต สีดำด้านข้อดีคือไม่ค่อเป็นลอย หน้าจอตัวนี้เป็น  Quad-HD AMOLED 2560×1440 พิกเซล(564 ppi)  ขนาด 5.2″ Gorilla® Glass 3 ด้วย 
IMG_7400

ปุ่มควบคุมต่างๆ จะอยู่ทางด้านซ้ายเพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยด้านบนสุดจะเป็นปุ่มปรับเสียง ตามด้วยปุ่มเปิดปิดเครื่องตรงกลาง และปุ่มลัดเข้าใช้กล้องถ่ายรูปด้านล่างสุด ซึ่งสะดวกเอามากๆ สามารถเปิดแอปกล้องได้ในแทบจะทันทีเลย

IMG_7391

พูดถึงเรื่องของกล้อง รุ่นนี้ก็จัดเต็มาให้ทีเดียว กล้องหลังเป็น PureView ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์ Zeiss มีกันสั่น OIS พร้อมแฟลช  LED 3 สี บันทึกวีดิโอ 4K

WP_25590505_15_35_46_ProWP_25590505_14_50_13_Pro

 

WP_25590425_19_45_07_Pro

WP_25590424_22_06_57_ProWP_25590505_15_37_22_Pro

 

WP_25590505_18_15_22_Rich

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง เข้าใจว่าแอปมีการใส่ Sharpen เพิ่มรายละเอียดของภาพเข้ามาให้พอสมควร ทำให้ภาพที่มีรายละเอียดเยอะ อาจจะดูเป็นเม็ดๆ ขึ้นมา  ถ่ายภาพกลางคืนก็ถือว่าใช้ได้ มีน้อยซ์ตามปกติ แต่ที่ขัดใจหน่อย จะเป็นภาพประเภทซีลูเอท หรือภาพย้อนแสง ที่กล้องจะพยายามเก็บรายละเอียดทั้งหมดของภาพ แนะนำให้เปิด HDR ของกล้อง จะช่วยให้สามารถมาแก้ไขส่วนมืดส่วนสว่างตามชอบได้ที่หลัง
WP_25590514_13_28_06_ProWP_25590514_13_28_44_Pro

 

 

 

สำหรัแฟลช 3LED หรือแฟลช 3 สี อันนี้ก็น่าสนใจดี ทำให้สีที่ออกมาค่อนข้างตรงไม่ขาวเวอร์เหมือนแฟลชปกติทั้วไปแต่แสงยังไม่ค่อยแรง ถ่ายไกลๆ อยากกจะไม่เห็นชัดนัก ด้านขวาเป็นภาพจากกล้องหน้า ใช้เลนมุมกว้างเก็บได้ค่อนข้างครอบคลุม ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีแถมแต่งบิวตี้มาให้นิดหน่อย เพื่อความสวยงาม

WP_25590428_16_39_33_Pro-1 20160428_164000-1
 Microsoft Lumia 950  Samsung Galaxy S7

เปรียบเทียบภาพด้านซ้ายจากกล้องหลังของ Microsoft Lumia 950 ด้านขวาจากกล้องของ Samsung Galaxy S7 ออโต้ทุกอย่าง ถ่ายเลยโดยไม่ได้ปรับใดๆ นะครับ ภาพที่ออกมา Microsoft Lumia 950 ดูจะชัดกว่าเล็กน้อยอาจจะเพราะใส่ Sharpen มาให้ส่วนสี Galaxy S7 จะแม่นกว่า

IMG_7399

ด้านท้ายอันนี้อยากให้ดู มีการเปลี่ยนไปใช้พอร์ตแบบ USB-C ในการเชื่อมต่อแทน พอร์ต Micro USB แบบเดิมซึ่งมีความเร็วและความสามารถที่หลากหลายมากกว่า

IMG_7410

หนึ่งในนั้นคือความสามารถของ Continuum (ต้องซื้อเพิ่ม) ที่เมื่อเอามือถือมาต่อกับ Microsoft Display Dock ใส่คีย์บอร์ด เมาส์ เสียบสายเข้ากับจอทีวีหน่อย เปลี่ยนมือถือธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 10 ย่อมๆ ได้ แต่จะใช้ได้เฉพาะแอปของมือถือเท่านั้น ไม่สามารถเอาโปรแกรม .exe สำหรับเครื่องพีซีมาติดตั้งได้IMG_7414

ความสามารถอาจจะไม่ได้สูง นึกสภาพคล้ายๆ กับ Compute Stick ไว้สำหรับใช้งานทั่วไป เช่น การทำงานซึ่งมีชุดของ Microsoft Office (Word, PowerPoint, Excel, และ OneNote) สำหรับทำงานหรือแก้ไขเบื่องต้นได้ หรือการใช้งานด้านความบันเทิง ซึ่งจากการทดสอบสามารถเล่นไฟล์วีดิโอความละเอียดระดับ 4K ได้สบาย แต่ถ้าเล่นเกมอาจจะไม่รองรับ แอปที่ไม่รองรับก็จะไม่สามารถนำภาพขึ้นหน้าจอได้

IMG_7403

มาต่อที่ด้านหลังตัวเครื่อง เป็นฝาสามารถถอดออกเพื่อเปลี่ยนแบต ใส่ซิมการ์ด(Nano SIM) และเมมโมรี่แบบ MicroSD เพิ่มได้ โดยเครื่องที่ขายในบ้านเราจะสามารถใส่ได้เพียง 1 ซิมเท่านั้น รองรับทั้ง 2G, 3G, และ 4G ทุกเครือข่ายที่มีอยู่ในบ้านเราตอนนี้

IMG_7408

หน้าตาชัดๆ ตัวแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ถอดเปลี่ยนได้ตลอด แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ตรงที่ดีไซน์ให้ต้องถอดแบตออกทุกครั้งที่เปลี่ยนซิม หรือใส่เมมโมรี่การ์ดเพิ่ม ค่อนข้างจะไม่สะดวก

specification

 OS  Windows 10
 CPU  Qualcomm Snapdragon 808 1.8 GHz 6 core 64bit
 Camera  กล้องหลัง PureView ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์ Zeiss
มีกันสั่น OIS และแฟลช  LED 3 สี บันทึกวีดิโอ 4K
 กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดิโอ 1080p
 Memory  3 GB
 Storge  32 GB รองรับ SDXC เพิ่มสูงสุด 200 GB และคลาวด์จาก OneDrive
 Display  Quad-HD AMOLED 5.2″ Gorilla® Glass 3 2560×1440 (564 ppi)
Capacitive multipoint-touch
 เครื่อข่าย  4G LTE Cat6 300/50 Mbps
 3G HSPA 42.2/5.76 Mbps
 SIM Type  Nano SIM (4FF)
 การเชื่อมต่อ  Wi-Fi (2.4GHz) b/g/n/ac MIMO
 Bluetooth 4.1 LE
 USB Type-C
 ขนาด  145 x 73.2 x 8.25 มม.
 150 กรัม
 วัสดุ  โพลีคาร์บอเนต
 Battery  Li-ion 3,000 mAh สามารถถอดเปลี่ยนได้

 

ระบบปฏิบัติการ Windows 10

ในส่วนของระบบปฏิบัติการ Wimdows 10 ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยความสามารถในการทำงานแบบ IOT ทำงานร่วมกับคลาวด์ได้อย่างน่าสนใจ

wp_ss_20160424_0004

  • Windows Hello สิ่งแรกที่ประทับใจมากเลยคือ Windows Hello ซึ่งเป็นการล็อคอินด้วยใบหน้า (ใช้ได้เฉพาะบางรุ่น) ใช้กล้องด้านหน้าแสกนบริเวณรอบดวงตาในล็อคอิน แต่น่าเสียดายตัวนี้ยังเป็น beta อยู่ ยังมีข้อจำกัดเยอะพอสมควร ระยะต้องได้มุมต้องตรง ถึงจะล็อคอินผ่าน ซึ่งยากมากอาจจะต้องปรับปรุงให้สามารถจับใบหน้าได้แม่นยำมากกว่านี้
  • Microsoft Account เป็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าประทับใจแค่ล็อคอินด้วยบัญชีของ Microsoft Account ที่เครื่อง ทุกอย่างที่เราเคยตั้งค่าไว้ จะถูกโอนมายังเครื่องใหม่ที่เราใช้อยู่นี้ในทันที ตรงนี้เราสามารตั้งค่าได้ด้วยจะให้เครื่องซิงค์อะไรบ้าง ค่อนข้างสะดวกสำหรับคนที่มีหลายเครื่อง หรือคนที่เปลี่ยนเครื่องบ่อยๆ
    wp_ss_20160424_0009
  • Metro UI เป็นเอกลัษณ์มาตั้งแต่สมัย Windows 8 แล้ว ชอบตรงที่ออกแบบได้สวยเป็นเอกลักษณ์ สามารถเช็ค Notifications ได้จากหน้าโฮมนี้เลย เพียงแต่เราอาจจะงงในช่วงแรกหน่อย เพราะถ้ามี Notifications ของแอปใดก็ตามขึ้นมา โลโก็ของแอปนั้นจะหายไป ทำให้เรางงว่านี่คือ Notifications จากแอปอะไรกันแน่ หรือบางครั้งก็อาจจะหาแอปที่จะเรียกใช้ไม่เจอเพราะ Notifications บังอยู่

wp_ss_20160424_0006

  • โหมดใช้งานมือเดียว กดปุ่ม Home ค้างไว้จะเข้าสู่โหมดการใช้งานมือเดียว โดยจะหดหน้าจอลงเหลือแค่ครึ่งเดียวเพื่อให้สามารถควบคุมหน้าจอได้สะดวกขึ้น ใช้มือเดียวก็สามารถจัดการได้ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ทำให้นิ้วเรากวาดไปได้ไม่ครบทั้งหน้าจออยู่ดี อีกกรณีหนึ่งคือเมื่อเจอรูปภาพ ในโหมดการใช้งานมือเดียว ไม่ได้ย่อรูปลงด้วยทำให้ภาพบล้นเฟรม ดูไม่รู้เรื่องต้องขยายหน้าจอขึ้นมาเหมือนเดิม จริงๆ ควรมีการปรับขนาดในส่วนนี้ด้วยwp_ss_20160424_0010
  • Windows Keyboard ค่อนข้างจะงงในช่วงแรก เพราะสั้นกว่าคีย์บอร์ดเจ้าอื่นเล็กน้อย ตัว “ล” เลยเด้งมาอยู่ข้าง Spacebar และการเปลี่ยนภาษาที่ใช้วิธีการ ปาดซ้าย ขวา ตรงปุ่ม Spacebar แทนการกดปุ่มเลือกเหมือนระบบปฏิบัติการอื่นๆ

โดยรวมถือเป็นอีกหนึ่งระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจ มีลูกเล่นและความสามารถไม่แพ้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ เพียงแต่ยังขาดนักพัมนาแอปพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง หลายแอปยังไม่ค่อยอัปเดต เที่ยวเท่าแอปเดียวกันบนระบบปฏิบัติการอื่น รวมถึงหลายแอปเฉพาะทางก็ยังไม่มีให้ใช้งาน

ทดสอบ Microsoft Lumia 950

wp_ss_20160427_0009ผลทดสอบจาก AnTuTu Benchmark 0.8.0 beta

wp_ss_20160427_0001

ผลทดสอบจาก PhoneMark

ด้วยราคาและประสิทธิภาพที่ได้ก็ถือว่าเจ๋งมากทีเดียว โดยเฉพาะกับ Microsoft Display Dock ที่เปลี่ยมือถือให้กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ถึงจะใช้งานได้ไม่มาก แต่ก็มีประโยชน์ทีเดียว เอาไว้เป็นมีเดียเพลเยอร์ที่บ้านก็แจ่ม เอาไปใช้พรีเซ็นต์งานที่โรงเรียน หรือที่ทำงานก็ไม่เลว จะติอยู่อย่างเดียวก็เรื่องของแอปที่ใช้งานบน Windows ยังมีไม่มาก และหลายแอปก็อัปเดตค่อนข้างช้าไม่ทันกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ

Microsoft Lumia 950 5.2″ ราคา 20,700 บาท
Microsoft Lumia 950XL 5.7″ ราคา 23,000 บาท
Microsoft Display Dock ราคา 2,920 บาท
สามารถซื้อได้ที่ ร้านทีจีโฟน เจมาร์ท บิ๊กซี และร้านค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here