อุปกรณ์ประกอบการเล่นเกม หรือ ในวงการเรียกกันติดปากสั้นๆ ว่า Gaming Gear  นั้น ผ่านการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง มีลูกเล่นต่างๆ เพิ่มขึ้นเข้ามา ด้วยจุดประสงค์เพื่อให้ถูกใจเกมเมอร์ถูกใจมากที่สุด พูดถึงเกมเมอร์ก็มีหลายแบบ ต่างคนต่างรสนิยมและความชอบ

ในฐานะที่ผมเองก็เล่นเกม อาจจะไม่ถึงกับเล่นบ้าพลังแบบเกมเมอร์ แต่ก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของเกมเมอร์ได้บ้างว่าความต้องการของเกมเมอร์ที่มีต่อเกมมิ่งเกียร์นั้นมีอะไรบ้าง ถ้าให้แยกแยะก็สามารถจำแนกออกได้เป็นข้อๆ ดังนี้

1. รูปทรงต้องถือจับได้ถนัดมือ
2. ปุ่มกดควบคุมตอบสนองได้ดี มีความลื่นไหลต่อเนื่อง
3. หากเป็นแบบมีสาย ก็ต้องยาวเพียงพอ อย่างน้อยๆ ก็ซัก 3 เมตรขึ้นไป
4. ต้องอึด ทน แม้จะถูกกระแทกแรงๆ รวมทั้งวัสดุต้องดี ไม่ใช่ตกทีเดียวพัง

ปลีกย่อยจากนี้ ก็คงเป็นเรื่องนานาๆ จิตตังครับ ว่าจะชอบหรือไม่ เช่น ปุ่มเรืองแสงได้ , มีซอฟต์แวร์ปรับแต่ง , ปุ่มตั้งโปรแกรมได้ , ระบบสั่นสะท้านโลก ฯลฯ แต่หลักๆ แล้ว หากมีเกมมิ่งเกียร์ตัวไหน สามารถตอบสนอง 4 ข้อด้านบนได้ครบ ก็ถือว่าอยู่ในดวงใจของเกมเมอร์แล้วครับ

เอ้า! เกริ่นมาซะยาว ก็เพราะว่าวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรีวิวเกมมิ่งเกียร์ประเภทหนึ่ง ที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน นั่นคืออะนาล็อกจอยสติ๊ก ซึ่งวันนี้มาจากยี่ห้อ Razer รุ่น Onza Tournament Edition นั่นเอง

Razer Onza Tournament Edition
คิดเพื่อเกมเมอร์ โดยเกมเมอร์

ยี่ห้อ Razer นั้นเกมเมอร์น่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ป้อนเข้าสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งคีย์บอร์ด เมาส์ หูฟัง เมาส์แพด ฯลฯ หลากหลายรุ่น รวมถึงจอย Onza รุ่นนี้ ซึ่ง Razer พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Professional โดยเพิ่มคุณสมบัติและความสามารถเข้าไป เพื่อให้ถูกใจเกมเมอร์มากขึ้น แต่จะมีอะไรบ้าง และจะถูกใจเกมเมอร์จริงหรือปล่าว ตามมาอ่านรีวิวนี้ไปพร้อมๆ กันเลยครับ

Onza หล่อ เข้ม

เมื่อบอกว่าเป็นเกมมิ่งเกียร์ การดีไซน์ก็ต้องยึดเอาความหล่อเข้มเป็นหลัก จะให้ออกมาโทนหวานแหวว สีชมพู สีส้ม ก็คงไม่เหมาะนัก โดยเฉพาะรุ่น Tournament Edition นี้ Razer น่าจะตั้งใจให้เกมเมอร์พกติดตัวไปแข่งตามที่ต่างๆ เวลาควักออกมาจะได้ดูน่าเกรมขาม สยบฝ่ายตรงข้าม ซึ่งก็ต้องบอกว่าการดีไซน์ของ Razer Tournament Edition นี้ก็ดูหล่อเหลาไม่เบาเลยทีเดียว


เริ่มดูที่แพ็กเกจจิ้่งกันก่อน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้ผลิต ซึ่งเรามีคะแนนเป็น First Impression ให้ กล่องสวยงามน่าเก็บสะสม แสดงให้เห็นจอยด้านในชัดเจนแบบนี้ ผมให้ 10 เต็มไปเลย



ด้านหลังกล่องและด้านข้างมีบอกคุณสมบัติต่างๆ ของจอยรุ่นนี้ครบถ้วนสมบูรณ์


อีกด้านหนึ่งมีสารจาก Razerguy เข้าใจว่าน่าจะเป็นผู้บริหารของ Razer ใจความโดยสรุปก็คือ จอยรุ่นนี้ผ่านการคิดและพัฒนาร่วมกับเกมเมอร์อาชีพหลายคน ดังนั้นคุณลูกค้าน่าจะได้รับความพอใจจากจอยนี้อย่างเต็มที่นะจ้ะ


แกะกล่องออกมา ก็จะพบกับอุปกรณ์ภายใน ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากตัวจอยแล้ว ก็มีคู่มือการใช้งาน 2 เล่ม , สติ๊กเกอร์ลาย Razer และ การ์ดรับรองความเป็นสาวก Razer


หน้าตาจอยแบบเต็มๆ หล่อเข้มไหมครับ มีปุ่มต่างๆ ครบถ้วนตามมาตรฐานจอย XBOX 360 สามารถนำไปใช้แทนกันได้ทันที อยากให้สังเกตปุ่ม D-Pad ซึ่ง Razer ออกแบบให้แยกเป็น 4 ปุ่มกันอย่างชัดเจน นัยว่าจะได้ความแม่นยำในการกดมากขึ้น

คุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ปุ่มกด ABXY นั้นเป็นแบบ Hyperresponse ใช้ระบบแมคคานิคในการตอบสนอง ซึ่งแตกต่างจากปุ่มกดทั่วไปที่เป็นลูกยางสัมผัสกับแผงคาร์บอนบนแผ่นวงจร ซึ่งหลังๆ นี้ปุ่มแบบ Hyperresponse นั้นนิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะคีย์บอร์ดสำหรับเกมมิ่ง เพราะตอบสนองได้ไว ให้ความรู้สึกในการกดได้ดี หากผลิตดีหน่อยก็จะไม่มีปัญหาเรื่องปุ่มค้างด้วย


ปุ่ม Back – Start ถูกปรับเปลี่ยนให้มาอยู่ด้านล่าง ใช้ไปซักพักก็คุ้นเคยได้ไม่ยากนัก ช่องเล็กๆ ด้านล่างที่เห็นนี้เอาไว้ใช้ร่วมกับ Razer Gaming Headset โดยเฉพาะ


คุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาของจอยรุ่นนี้ก็คือ วงแหวนปรับความหนืดก้านอะนาล็อก (Adjustable Resistance Analog Sticks ) ทำให้เกมเมอร์สามารถปรับให้ก้านอะนาล็อกมีระดับความหนืดในการโยกได้ตามต้องการ โดยการหมุนวงแหวนด้านใต้ปุ่มดังภาพ ความหนืดในที่นี้หมายถึงความรู้สึกที่สัมผัสได้จากการโยกก้านจอยนะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความละเอียดในการเคลื่อนที่ในเกมแต่อย่างใด


มาดูทางด้านบนที่เป็นปุ่ม LR ต่างๆ บ้าง จะเห็นว่ามีปุ่มเพิ่มเข้ามาอีก 2 ปุ่ม ที่แถวบนสุด Razer บอกว่าปุ่มนี้คือ MFB (Multi Function Button) ที่เกมเมอร์สามารถตั้งโปรแกรมให้ทำงานร่วมกับปุ่มอื่นๆ ได้ทุกปุ่มในจอย เช่น อาจโปรแกรมให้ตั้งเป็นปุ่ม A B หรือ X Y ก็ได้ เป็นต้น


การตั้งโปรแกรมให้ปุ่ม MFB จะทำผ่านทางพาเนลด้านหลังจอยดังภาพ วิธีการก็คือกดค้างที่ปุ่ม Remap แล้วกดปุ่มบนจอยใดๆ ที่ต้องการให้ MFB กดแล้วทำงาน เช่น หากต้องการให้ RMFB หรือปุ่มขวากดแล้วมีผลเหมือนปุ่ม X เราก็กด Remap right ค้างไว้ แล้วกดปุ่ม X เป็นต้น การโปรแกรมนี้จะทำให้การกดทั้งปุ่ม X และ RMFB มีผลเหมือนกันนั่นเอง


เคเบิ้ลยาวสะใจถึง 15 ฟุต หรือประมาณ 4.5 เมตร หัวยูเอสบีถอดได้สำหรับใช้งานได้บนเครื่องพีซีและ XBOX360

ลองทดสอบใช้งาน

เนื่องจาก Razer Onza Tournament Edition ออกแบบมาให้คอมแพตทิเบิ้ลกับจอย XBOX 360 เราจึงสามารถเสียบจอยรุ่นนี้เข้ากับเครื่องพีซีแล้วพร้อมใช้ได้เลย โดยวินโดวส์จะมองเห็นเป็นจอย XBOX 360 ปกติ


ใน Devices and Printers จะมองเห็นเป็นจอย XBOX360 Gamepad


หน้าจอ Properties สำหรับเช็คปุ่มต่างๆ บนจอย


ปุ่มเรืองแสงขณะใช้งาน อ้อ จอยรุ่นนี้เป็นจอยสั่นด้วยนะครับ

ในการทดสอบจอยรุ่นนี้ เราทดสอบกับการใช้งานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเกมประเภท FPS (Battlefield 3) , Third Person (Skyrim) , Sport (Pro Evolution Soccer 2012) , Racing (Need for the Speed The Run) เพื่อทดสอบให้เห็นการตอบสนองของจอย กับการควบคุมประเภทต่างๆ เพราะมีจอยไม่กี่รุ่น ที่จะเหมาะกับการเล่นเกมได้ทุกรูปแบบ

ทดสอบกับเกม FPS – Battlefield 3

จอยอะนาล็อกของ Razer Onza Tournament Edition นั้น ตอบสนองได้ดีและละเอียดพอสมควร การเล็งยิงเป้าต่างๆ ไม่ค่อยพลาด โดยเฉพาะวงแหวนปรับความหนืดช่วยได้เยอะ สำหรับคนมือหนักๆ

ทดสอบกับเกม TPS – Skyrim


ส่วนใหญ่แล้วเกมแบบมุมมองบุคคลที่สามนั้นควบคุมง่ายอยู่แล้ว และไม่ค่อยมีปัญหากับจอยซักเท่าไร ซึ่งก็รวมถึงจอย Razer Onza Tournament Edition รุ่นนีด้วย

ทดสอบกับเกม Sport – Pro Evolution Soccer 2012


การทดสอบจอยเกม หากไม่ได้ลองกับเกมฟุตบอลยอดนิยมตัวนี้ ก็เหมือนจะยังทดสอบไม่ครบสมบูรณ์ ต้องบอกว่า หากใครที่ถนัดจอยอะนาล็อกในการควบคุมนักเตะอยู่แล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนักกับการใช้ Razer Onza Tournament Edition เล่นเกมนี้ แต่ถ้าใครถนัดใช้ D-Pad อาจไม่ชอบใจเท่าไรนัก เพราะการที่ปุ่ม D-Pad ถูกแยกออกเป็น 4 ส่วนอย่างชัดเจน ทำให้การควบคุมนักเตะนั้นสะดุดติดขัด ไม่ลื่นไหลเหมือนปกติ

ทดสอบกับเกม Racing – Need for Speed The Run


สุดท้ายกับการทดสอบกับเกมรถแข่ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จอยทั่วไปมักไม่ค่อยถูกกับเกมรถแข่งเท่าใดนัก เพราะไม่ค่อยสมจริงเท่าจอยพวงมาลัย สำหรับจอย Razer Onza Tournament Edition ก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าการตอบสนองของจอยโยกจะละเอียดใช้ได้ แต่เวลาเลี้ยวพวงมาลัยมักไม่ค่อยสุด คือแม้จะโยกให้เลี้ยวจนสุดแล้ว แต่ตัวรถกลับไม่เลี้ยวจนสุดพวงมาลัยตาม เปรียบเทียบกับจอย XBOX360 เดิมๆ แล้ว จอยตัวหลังกลับใช้ขับรถได้ดีกว่า

บทสรุปของ  Razer Onza Tournament Edition

จากการทดสอบหลายชั่วโมง สรุปตามความเห็นของผมได้ว่า จอย  Razer Onza Tournament Edition รุ่นนี้เหมาะกับการเล่นเกมเกือบทุกรูปแบบ ยกเว้นเกมรถแข่งที่ดูมีปัญหาในการควบคุม

สำหรับปุ่มกดแบบ Hyperresponse นั้นค่อนข้างตื้นไปนิด หากยังไม่ชินจะรู้สึกเหมือนยังไม่ได้กด หรือกดติดไปหรือยัง แต่ใช้เวลาทำความคุ้นเคยซักพักก็จะชินไปเอง

สำหรับปุ่ม MFB บอกตรงๆ ว่าค่อนข้างเกะกะครับ ยังไม่เจอเกมที่ต้องประยุกต์ใช้ปุ่มนี้ เบื้องต้นก็เลยโปรแกรมให้ทำงานเหมือนปุ่ม RB/LB ไปเลย เผื่อกดผิดก็ยังได้ผลเหมือนกดปุ่ม RB/LB


จอยนี้เหมาะกับ FPS

หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่ชอบเล่น FPS นี่คือจอยที่คุณน่าจะหามาใช้ แต่ถ้าชอบขับรถ หาจอยอื่นหรือเล่นจอยพวงมาลัยไปเลยจะดีกว่า


Performance 8 – จอยอะนาล็อกไม่เหมาะกับการใช้กับเกมรถแข่งเท่าใดนัก
Feature 9 – มีวงแหวนปรับความหนืด
– มีปุ่ม MFB โปรแกรมได้
Design 8 – จับถนัด น้ำหนักเบา
– ปุ่ม MFB หากไม่ใช้ก็เกะกะไปหน่อย
Best Value 6 – ราคาค่อนข้างแพง
First Impression 10 – แพ็กเกจโดดเด่น สวยงาม น่าสะสม

 

ราคา 1,990 บาท
Ascenti Resources Co.,Ltd.
โทร. 0-2961-7297
www.ascenti.co.th

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here